|
 
- UID
- 9
- โพสต์แล้ว
- 2209
- หัวข้อ
- 133
- หัวข้อสำคัญ
- 3
- คะแนน
- 4289
- ชื่อเสียง
- 4159
- เหรียญมิธ
- 25628
- ระดับการใช้งาน
- 100
- เพศ
- ชาย
- ที่อยู่
- พื้นที่เล็กๆ ... . ...
- ออนไลน์
- 7028 ชั่วโมง
- ลงทะเบียนเมื่อ
- 6-6-2009
- เข้าสู่ระบบล่าสุด
- 20-5-2012
  
|
สมมติฐาน 2 ประการเกี่ยวกับผี
ประการที่หนึ่ง ปรากฏการณ์ SNG เกิดขึ้นโดยตรงกับสมองของผู้ประสบเหตุ ทั้งนี้อาจจะเกิดจากการรบกวนของกระบวนการไฟฟ้าชีวเคมีในสมอง ทำให้ประสาทและระบบรับความรู้สึกเกิดความผิดเพี้ยน โดยเฉพาะในส่วนของมันสมองและไขสันหลัง อนุมานได้ว่า เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากการกระตุ้นโดยกระบวนการป้อนกลับข้อมูลของระบบประสาทใต้สำนึกและของสมองเอง กรณีเช่นนี้ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า "เกิดอาการประสาทหลอน" (Hallucination) ซึ่งถือได้ว่าในขณะนั้นผู้ประสบเหตุกำลังเจ็บไข้ได้ป่วยทางความนึกคิด
อีกกรณีหนึ่งก็คือ การกระตุ้นให้สมองเกิดอาการภาพหลอนขึ้นเอง อาจกระทำได้จากสิ่งเร้าภายนอก โดยใช้คลื่นอิเล็คโตรแม็กเนติกที่มีขนาดคลื่นพอเหมาะยิงคลื่นนั้นตรงไปยังสมองก็เป็นได้ การควบคุมสภาวะแวดล้อมบางอย่างซึ่งมีผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ความรู้สึก ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้สมองของเราเกิดภาพหลอนขึ้นได้เหมือนกัน ทั้งนี้เคส่วนใหญ่ที่ทดลองมาต้องเกิดจากการกระทำของผู้เชี่ยวชาญและโดยเทคนิคชั้นสูงเท่านั้น ในกรณีหลังเราถือว่าผู้ประสบเหตุถูกสิ่งเร้าควบคุมจากภายนอก เรียกว่า"ถูกควบคุมให้เกิดประสาทหลอน" โดยภาพหลอนที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าเป็นภาพหลอนที่ถูกควบคุม(Illusion)
โดยสรุปแล้วสมมติฐานประการที่หนึ่งถือว่าผีไม่มีอยู่ในโลก แต่ปรากฏการณ์ผีมีอยู่จริง คำว่า"จริง"ในที่นี้คือความจริงที่เกิดขึ้นในสมองของผู้ประสบเหตุนั่นเอง
ประการที่สอง ปรากฏการณ์ผีตามมาตรฐาน SNG เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆไม่ใช่เรื่องประสาทหลอนหรือการควบคุมให้ประสาทหลอน ถ้าสมมติฐานที่สองถูกต้องสมมติฐานที่หนึ่งก็ผิด (แหงเด่ะ -_-') ถ้าผีปรากฏตัวให้เราเห็นได้จริงๆก็แสดงว่าผีต้องสามารถสร้าง"ร่าง"หรือเปล่งแสงสว่าง (Photons)ออกมาได้ จึงทำให้เราสามารถมองเห็นในเวลากลางคืนหรือที่มืดๆ
ถ้าผีเป็นภาพหลอนแล้ว ทำไมจากข้อมูลเรื่องผีถึงมีเคสที่ผีปรากฏตัวต่อหน้าคนหมู่มากซึ่งอยู่ในมุมมองที่แตกต่างกัน จากตำแหน่งของแต่ละคนทุกคนสามารถมองเห็นผีตนนั้นได้จากมุมมองของตัวเอง ข้อมูลนี้สนับสนุนสมมติฐานหลังและแสดงให้เห็นว่าผีปรากฏตัวได้ด้วยการเปล่งโฟตอนออกมา ไม่ใช่ภาพหลอนที่สร้างขึ้นในสมองของผู้ประสบเหตุเหล่านั้น
ฟิสิกส์กับการปรากฏตัวของผี
เอาเป็นว่าเราจะยึดแนววิเคราะห์ตามสมมติฐานข้อที่สองกันนะครับ โดยยืนพื้นอยู่บนข้อสังเกตที่ว่า "ผีต้องสร้างโฟตอนเพื่อเปล่งรัศมีออกมา ทำให้ผู้ประสบเหตุสามารถมองเห็นมัน(เขา,เธอ,หล่อน)ได้ในที่สุด" ...จากรายงานเกือบทั้งหมดของผู้ประสบเหตุพบว่าผีสามารถลอยตัวในอากาศได้ มีอาการเคลื่อนที่อย่างน้อยๆก็เหมือนคนเดินเท้าไม่ติดดิน ถ้าเช่นนั้นเป็นไปได้ไหมครับว่าผีต้องมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าอากาศ เพราะถ้ามันน้ำหนักมากกว่าแล้วล่ะก็มันจะแสดงพฤติกรรมแบบนั้นไม่ได้แน่ ถึงยังงั้นผีก็ควรจะเบากว่าอากาศไม่มากนัก เนื่องจากถ้าเบามากผีก็จะลอยไปตามลมเหมือนลูกโป่งสวรรค์ หากจะอยู่กับที่จำเป็นต้องหาอะไรมายึดเกาะเอาไว้ ซึ่งก็ไม่มีผู้ประสบเหตุรายไหนพบว่าผีผูกขาตัวเองไว้กับโต๊ะ ขอบหน้าต่าง รากไม้ หรือว่าหิ้วสมอลอยไปลอยมาแต่ประใด ดังนั้นจึงอนุมานได้ว่า ผีมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าอากาศอยู่นิดหน่อยครับ
เอาล่ะครับทีนี้เราลองมาดูโจทย์แรกที่ต้องขบให้แตกกัน นั่นคือผีสร้างโฟตอนขึ้นมาได้อย่างไร? จากข้อมูลของ SNG พบว่าผีส่วนมากปรากฏตัวให้เห็นเป็นภาพสามมิติเรือนลางกลางอากาศ นั่นหมายความว่าผีทำให้อากาศรอบตัวมันนั่นเองเปล่งแสงขึ้นมา ตัวผีจริงๆไม่มีแสงสว่าง ไม่สะท้อนหรือดูดกลืนคลื่นแสง อากาศต่างหากที่เป็นตัวเปล่งแสง(โฟตอน)ออกมา อะตอมของอากาศจะต้องถูกรบกวนจนกระทั่งอิเล็กตรอนเปลี่ยนตำแหน่งวงโคจรของมัน จนกระทั่งในที่สุดก็เปล่งแสงออกมา
ในทางฟิสิกส์เราทราบกันว่าโฟตอนสีม่วงเป็นคลื่นอิเล็คโตรแม็กเนติกที่มีความถี่ 3,950 A° และโฟตอนสีน้ำเงินมีความถี่ 4,400 A° เมื่อได-อะตอม (di-atom) ของไนโตรเจนอิออนถูกรบกวนในช่วงเวลาทุกๆ 0.01 วินาที แต่สำหรับธาตุออกวิเจนมันจะเปล่งโฟตอนสีแดงความถี่ 7,500 A° ออกมาให้ในทุกช่วงเวลา 0.7 วินาทีโดยประมาณ แต่จากข้อมูลเรื่องผีเราสรุปได้ว่าผีเปล่งโฟตอนสีขาวน้ำเงินซึ่งเป็นแสงสว่างจางๆที่มีความเข้มของแสงต่ำเอามากๆ ประเมิณค่าความเข้มแสงได้ประมาณ 1-20 วัตต์ ต่อปริมาตร 0.07 ลูกบาศก์เมตร และตาของคนเราจะสามารถมองเห็นความเข้มของแสงสว่างได้ในที่มืด โดยใช้ระบบประสาทที่เรียกว่า Rods Cell เท่านั้น เซลล์ชนิดนี้มีอยู่ในดวงตาของทุกคน มันสามารถรับภาพได้ว่องไวเฉพาะแสงสว่างขาวดำเท่านั้น (เรียกว่ามองไม่เห็นสีของแสงว่างั้นเหอะ) ดังนั้นไม่ว่าผีจะเปล่งแสงสีแดง สีม่วง สีคราม หรือสีรุ้งออกมา ดวงตาของคนก็ไม่สามารถมองเห็นได้(ในกรณีที่ความเข้มของแสงต่ำมาก) คนเราจะมองเห็นเป็นสีขาวคือเฉพาะความสว่างสลัวๆเท่านั้น แต่ถ้าความเข้มของแสงสว่างมีมากขึ้นตาคนเราจะมองเห็นเป็นสีน้ำเงินก่อน และนี่ก็เป็นเหตุผลอันหนึ่งที่อธิบายได้ว่า ทำไมผู้ประสบเหตุถึง 99% จึงมองเห็นผีในลักษณะของภาพขาวดำหรือสีขาวน้ำเงินเท่านั้น
สรุปได้ว่า ผีจะสร้างแสงสว่างขึ้นเมื่อต้องการแสดงตัว โดยการกระตุ้นโฟตอนจากบรรยากาศ แสงสว่างที่ออกมามีความเข้มต่ำมากความสว่างไม่เพียงพอที่จะไปกระตุ้น Cones Cell ซึ่งทำหน้าที่รับรู้สีของแสงให้ทำงานได้ คนเราจึงสามารถมองเห็นผีได้ในลักษณะขาวดำเรือนลางเท่านั้น |
ไฟล์แนบ: คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อนที่จะสามารถดาวน์โหลดหรือดูไฟล์ที่แนบมา. หากคุณยังไม่มีบัญชีหรือยังไม่ได้เป็นสมาชิก?กรุณาสมัครสมาชิกที่นี่
|