:: โดย Sonic ::
วันนี้บังเอิญได้คุยกับมังกรพองลมแห่ง All-Final เกี่ยวกับเรื่องของมิโนทอร์เพราะพี่แกจะเอาไปเขียนสตอรี่บอร์ดเพื่อทำโปรเจ็คส่ง ดังนั้นผมจึงปิ๊งไอเดียว่า เขียนเรื่องเกี่ยวกับเขาวงกตหน่อยท่าจะดี เนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้ น้อง RayOn เพิ่งเขียนถึงมิโนทอร์กับวีรบุรุษธีซีอัสไปหยกๆ ท้องเรื่องก็เกิดในเขาวงกตที่เกาะครีต อย่ากระนั้นเลย สวมรอยขยายความซะหน่อยคงไม่มีใครกล้าว่า ^^
เขาวงกต เอ่ยคำนี้ขึ้นมาคงน้อยคนนักที่จะเคยเห็นของจริง(อย่างน้อยก็ผมคนนึงล่ะ) แต่ถ้าเป็นลวดลายตามภาชนะหรือเรื่องราวในตำนานล่ะก็ เราๆท่านๆคงคุ้นเสียยิ่งกว่าคุ้นจริงไหมครับ จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยดูหนังเรื่องมหัศจรรย์เขาวงกต (Labyrinth) ที่นำโดยพระเอกรุ่นลุง เดวิด โบวี่ กับสาวน้อยวัยกระเตาะ(ขณะนั้น) เจนิเฟอร์ คอร์เนลลี่ รู้สึกชอบมาก... ชอบทั้งพล็อตเรื่องและนางเอก หึ หึ...
บน: ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Labyrinth
ล่าง: สัตว์ร้ายมิโนทิง เอ๊ย มิโนทอร์ ยืมมาจากน้อง RayOn ครับ
จุดประสงค์ในการสร้างเขาวงกตหรือลวดลายที่เป็นเขาวงกตยังเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้ นักโบราณคดีกล่าวว่าเขาวงกตมีประโยชน์หลายทาง มนุษย์ใช้มันเป็นสัญลักษณ์เชิงศาสนา มีบ้างที่ใช้เพื่อสันทานาการหรืองานอดิเรก แต่เขาวงกตมีความน่าทึ่งแตกต่างไปจากลวดลายอื่นๆที่มนุษย์คิดขึ้นตรงที่มันมีอยู่ในทุกวัฒนธรรมทั่วโลกเลยน่ะครับ
ลวดลายก้นหอยและลวดลายเขาวงกตเป็นลวดลายเก่าแก่ซึ่งต้องตีความ ลวดลายเหล่านี้ต่างไปจากภาพวาดหรือลวดลายของมนุษย์ยุคโบราณ เนื่องจากมิได้วาดขึ้นเพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ เช่น การล่ากระทิงหรือการต่อสู้ แต่เพื่อใช้สื่อความคิด ลวดลายเช่นนี้มีให้พบเห็นกันทั่วโลก แต่ละแห่งก็ไกลกันโขครับ ห่างเสียจนยากจะบอกได้ว่าเลียนแบบกันมาได้อย่างไร เช่น การที่นักโบราณคดีพบลวดลายเขาวงกตจากยุคสมัยเดียวกัน ทั้งในมลรัฐอริโซนา ประเทศอินเดีย เกาะสุมาตรา รวมทั้งทวีปยุโรปเป็นต้น ในเชิงศาสนาแล้ว ลวดลายเขาวงกตเป็นสัญลักษณ์ของความตายและการกลับฟื้นคืนชีพ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ของพิธีกรรมสำคัญสำหรับต้อนรับฤดูใบไม้ผลิอันอุดมสมบูรณ์ หลังจากที่พระอาทิตย์หลับไปในฤดูหนาวอันยาวนาน นอกจากนี้จากยุโรปเหนือ เช่น ชาวแสกนดิเนเวียยังได้สร้างเขาวงกตจำลองขึ้นโดยก่อดินหรือหินให้เป็นแนวทางอันคดเคี้ยว เพื่อใช้ในการเต้นรำบวงสรวงวันแร็คน่าร็อค เอ๊ย... เพื่อใช้ในพิธีเต้นรำบวงสรวงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย
(บน) ลวดลายก่อนยุคประวัติศาสตร์ จำลองแบบจากลายสลักหินคลาสสิคที่พบตรงปากทางเข้าหลุมฝังศพที่ลุซซานาซในซาร์ดิเนีย อายุประมาณ 5 พันปี
เขาวงกตที่มีชื่อเสียงที่สุดในอารยธรรมตะวันตกคือเขาวงกตของกษัตริย์ไมนอสแห่งอาณาจักรครีตโบราณ เขาวงกตนี้เป็นที่อยู่ของมิโนทอร์ (Minotaur จะอ่านมิโนทอร์ หรือ ไมโนทอร์ก็ตามสะดวก แต่ใครอ่านมิโนทารอสตามแบบการ์ตูนญี่ปุ่นผมจะโกรธมาก) ซึ่งลักษณาของมันเป็นสัตว์ครึ่งคนครึ่งวัว ตำนานเล่าว่าธีซิอัสวีรบุรุษแห่งเมืองเอเธนส์หาทางเข้าเขาวงกตไปฆ่ามิโนทอร์ได้สำเร็จ แม้เราจะไม่พบร่องรอยของเขาวงกตดังกล่าวในการขุดค้นพระราชวังไมโนอันที่เมืองคนอสซอสบนเกาะครีต แต่ก็พบหลักฐานมากมายเกี่ยวกับลัทธิบูชาวัวซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นรูปขวานสองหัวที่เรียกว่า ลาบรีส (Labrys) ซึ่งอาจเป็นรากศัพท์ของคำว่า Labyrynth ที่แปลว่าเขาวงกตก็ได้
ไม่มีใครทราบว่าลวดลายเขาวงกตที่เก่าแก่ที่สุด ในช่วง 500 BC บิดาแห่งประวัติศาสตร์เฮโรโดตัสได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนอาคารแห่งหนึ่งในเมืองฟายัมประเทศอียิปต์ โดยอาคารแห่งนั้นสร้างโดยฟาโรห์อะเมเน็มเฮตที่ 3 เมื่อราว 1800 BC เฮโรโดตัสเรียกอาคารแห่งนี้ว่าเขาวงกตครับ อย่างไรก็ตามแม้ว่าอาคารนี้จะมีโครงสร้างสลับซับซ้อน มีลานป้องกันและห้องหับมากมายที่เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินวกวน แต่ก็ดูมิได้จงใจสร้างให้เป็นเขาวงกตจริงๆ
ลวดลายประเภทเขาวงกตที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเหนือมีอายุราว 2500 BC หรือประมาณเกือบห้าพันปีมาแล้ว เป็นลายก้นหอยสามชั้นสลักอยู่บนหินในสุสานมูนดิน ณ เมืองนิว เกรนจ์ ประเทศอังกฤษ ลวดลายเขาวงกตที่สลักอยู่บนหินต่างๆทั่วไปในทวีปยุโรป ทำให้เราทราบถึงวิวัฒนาการของมัน เช่น ลวดลายแบบก้นหอยอย่างง่ายๆในสมัยเริ่มแรกจนถึงลวดลายอันสลับซับซ้อนแบบเขาวงกตของเกาะครีตในศตวรรษต่อๆมา ลายเขาวงกตแบบนี้เรียบง่าย มีทางเข้าทางเดียวไปสู่เส้นทางวกวนเป็นวงถึงเจ็ดรอบแน่ะครับ กว่าจะสามารถเข้าสู่จุดศูนย์กลางได้
ตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา ลวดลายเขาวงกตเริ่มปรากฏในโบสถ์วิหารต่างๆของยุโรป โดยมากเป็นลวดลายบนพื้นทางเดินกระเบื้อง ที่มหาวิหารหลายแห่งในยุคกลางของฝรั่งเศสมีลวดลายเขาวงกตดังกล่าว อาทิเช่น มหาวิหารบาเยอ อาเมียง ชาร์เทรอะ และซองส์ (ขออภัยน้องแปม ถ้าผมอ่านผิดและปล่อยไก่ออกไป ^^!) ต่อมาชาวคริสต์ได้ใช้พื้นทางลวดลายของเขาวงกตนี้ ในการบำเพ็ญทุกรกิริยาเพื่อล้างบาป โดยการคลานเข่าไปตามทางอันวกวนนั้น เพื่อชำระบาปที่ไม่สามารถเดินทางไปแสวงบุญยังกรุงเยรูซาเล็มอันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ได้ เขาวงกตในโบสถ์จึงได้รับการขนานนามว่าเส้นทางแห่งเยรูซาเล็ม ในประเทศอิตาลีมีการสลักลวดลายไว้บนเสาและกำแพงโบสถ์ เพื่อให้คนได้ไล่นิ้วไปตามลวดลายในขณะสวดภาวนา มหาวิหารลุกกาเป็นที่แห่งหนึ่งซึ่งมีลวดลายดังกล่าว |