กลับไปที่รายการ โพสต์ใหม่

อาวุธลับของกองทัพนาซี...ที่เห็นแล้วต้องอึ้ง

แก้ไขล่าสุดโดย sming เมื่อ 15-5-2012 09:34

แก้ไขล่าสุดโดย sming เมื่อ 15-5-2012 09:03

แก้ไขล่าสุดโดย sming เมื่อ 15-5-2012 08:57


เครื่องหมายสวัสดิกะของพรรคนาซี...ท่านผู้นำจงเจริญ!!!



สวัสดีครับ...เพื่อนๆชาวมิธแลนด์ทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนซะนิสนึงนะคับ...ส่วนตัวผมก็ชอบและสนใจเรื่อง "อดอล์ฟ ฮิตเลอร์" และกองทัพนาซีเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วนะคับ (อะๆๆๆๆ..หลายคนอาจจะคิดว่า เห้ย..ไอนี่มันหัวรุนแรงรึป่าวว้า!!!) "มันไม่ใช่แบบนั้นนะตัวเธอ" จริงๆแล้วผมชอบในความมุ่งมั่น ความมีระเบียบ และอีกหลายๆอย่างในตัวของ ฮิตเลอร์ ถ้าใครเคยได้อ่านประวัติของเค้าก็คงจะพอนึกออกนะคับ ก็เลยจับเรื่องนี้มาเขียนให้เพื่อนๆอ่านกันคับ เกริ่นมาซะเยอะ มาเริ่มกันดีกว่า!!!

ช่วงท้ายสงครามโลกครั้งที่ 2  กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรบุกตะลุยเล่นงานกองทัพนาซีเยอรมันจนอ่อนล้าลงมาก ทำให้ ฮิตเลอร์ มุ่งมั่นพัฒนาบรรดาโครงการอาวุธลับต่างๆ และจักรกลสังหารทรงพลานุภาพหลายชนิด ซึ่งล้ำสมัยมาก แม้แต่ชาติมหาอำนาจอย่าง "สหรัฐอเมริกา" ภายหลังชนะสงครามแล้ว ยังต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะพัฒนาจนสำเร็จ เรามาดูชิ้นแรกกันดีดว่าครับ...


"ฮิตเลอร์ สเตลธ์ ไฟท์เตอร์"



ปี ค.ศ.1943 (พ.ศ.2486) ฝูงบินทิ้งระเบิดเยอรมันพ่ายแพ้ความเร็วฝูงบินรบสัมพันธมิตรชนิดราบคาบ  ประกอบกับฮิตเลอร์ต้องการให้สร้างเครื่องบินทิ้งระเบิดที่บินไปไกลถึงสหรัฐอเมริกาด้วยเหตุนี้ จอมพลเฮอร์มันน์ เกอริง ผู้บัญชาการทัพฟ้า (ลุฟต์วาฟฟ์) จึงมีบัญชาให้ลูกน้องเค้นสมองคิดเครื่องบินทิ้งระเบิด หรือ "บอมเบอร์" ที่มีคุณสมบัติ 3 ข้อนี้ออกมาให้ได้ นั่นคือ
1. บรรทุกระเบิด 1,000 ก.ก.
2. บินไกล 1,000 ก.ม.
3. บินด้วยความเร็ว 1,000 ก.ม./ช.ม
.
บุคคลผู้เสนอตัวอาสาออกแบบสุดยอดบอมเบอร์ดังกล่าว ได้แก่ สองพี่น้องลูกทัพฟ้า  "ไรมาร์และวอลเตอร์ ฮอร์เทน" ซึ่งยื่นแบบพิมพ์เขียวเครื่องบินล้ำยุคหน้าตาแปลกประหลาดให้ผู้นำกองทัพดู หลังจากช่วยกันออกแบบนานหลายปี เพราะไฟสุมอกที่อยากสร้างเจ้าเวหาขึ้นมาล้างแค้นให้เพื่อนร่วมกองทัพที่เสียชีวิตใน "ยุทธการบริเตน"




ในที่สุดช่วงต้นปี ค.ศ.1944 (พ.ศ.2487) ทีมวิศวกรของฮอร์เทนก็ออกแบบ "ต้นแบบ" เครื่องบินดังกล่าว ถึง 3 รุ่น แต่ละรุ่นล้วนมีรูปโฉมแตกต่างจากเครื่องบินรบในอดีตอย่างสิ้นเชิง มองดูแล้วเหมือนยานจากอนาคต เพราะโครงสร้างหลักมีแต่ "ปีก" กับ ห้องนักบิน  สำหรับต้นแบบเครื่องบินรบรุ่นที่โดดเด่นและใกล้ความจริงมากที่สุด คือ  "Horten HO 2-29" ติดตั้งเครื่องยนต์ "บีเอ็มดับเบิลยู 003" พร้อมปืนใหญ่ 30 มิลลิเมตร 4 กระบอก และบรรทุกระเบิดขนาด 500 กิโลกรัม 2 ลูก
พี่น้องฮอร์เทนมั่นใจว่า เมื่อนำ "ขี้เลื่อย-ถ่านไม้-คาร์บอน-ยางไม้" ทาเคลือบลงไปบนพื้นผิวด้านนอกของตัวเครื่อง จะทำให้ HO 2-29 กลายเป็นเครื่องบินล่องหน เพราะมีคุณสมบัติดูดซับคลื่นแม่เหล็กของเรดาร์ นอกจากนั้น ด้วยโครงสร้างการออกแบบตามหลักกลศาสตร์ ยังช่วยให้มันบินในระดับต่ำมาก และรอดพ้นจากเรดาร์สัมพันธมิตรง่ายขึ้นอีกหลายเท่า
ผลการทดสอบเครื่อง HO 2-29 ประสบความสำเร็จด้วยดีก่อนเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส ปลายปี 1944 เล็กน้อย  อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นพลานุภาพของกองทัพนาซีถือว่าอ่อนยวบไม่มีชิ้นดี ใกล้พบจุดจบเข้าไปทุกที ขาดแคลนทั้งขวัญกำลังใจ กำลังเงิน นักบิน และเชื้อเพลิง โครงการ HO 2-29 จึงต้องหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง เหลือไว้แต่ซากเครื่องต้นแบบ กับ พิมพ์เขียวให้กองทัพสหรัฐยึดกลับไปตรวจสอบ ท่ามกลางความตกตะลึงถึงความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมเครื่องจักรสังหารของเยอรมันชิ้นนี้ ซึ่งทำให้ต้องขบคิดกันว่า ถ้าบังเอิญฝ่ายนาซีเกิดผลิตเป็นจำนวนมากได้จริงๆ โฉมหน้าสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่า HO 2-29 จะมีศักยภาพร้ายกาจขนาดไหน บริษัท นอร์ธทรอป กรัมแมน ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐและผู้คิดค้นเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน "สเตลธ์ บี-2" จึงสร้าง HO 2-29 รุ่นจำลองขึ้นมาทดสอบประสิทธิภาพในการหลบเลี่ยงเรดาร์   การทดลองครั้งนี้ใช้งบฯ ราว 9 ล้านบาท  ผลลัพธ์พบว่า HO 2-29 หลบเรดาร์สัมพันธมิตรยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จริงๆ! โดยถ้าเทียบจากเรดาร์ระวังภัยบริเวณช่องแคบอังกฤษในยุคนั้นจะตรวจจับเครื่องบินรบศัตรูได้เมื่อเข้าสู่ระยะ 160 กิโลเมตร แต่สำหรับ HO 2-29 จะจับได้เมื่อบินเข้าระยะ 129 กิโลเมตร และเพราะมันบินเร็วมาก จึงสามารถพุ่งถล่มเป้าหมายใจกลางอังกฤษภายใน 8 นาที ขณะที่เครื่องบินรบทิ้งระเบิดรุ่นก่อนหน้าต้องใช้เวลา 19 นาที ส่งผลให้ทัพอังกฤษและสัมพันธมิตรมีเวลาเตรียมรับมือน้อยลง "มีความเป็นไปได้ว่า ถ้าฝ่ายนาซีผลิต HO 2-29 ออกปฏิบัติการ เกมการรบอาจพลิกผันและได้เปรียบในห้วงเวลาหนึ่ง จนกว่าฝ่ายสัมพันธมิตรจะคิดค้นอาวุธตอบโต้สำเร็จ" ทอม โดเบรนซ์ ผู้เชี่ยวชาญสเตลธ์ของนอร์ธทรอปฯ กล่าว  แต่ประวัติศาสตร์ไม่ได้เขียนเอาไว้เช่นนั้น เพราะ HO 2-29 ไม่เคยออกรบ



wasserfall ต้นแบบอาวุธนำวิธี จากดินสู่อากาศ (พวกโซเวียตยึดไปเป็นต้นแบบ จรวด sam ต่อมา)




Flettner 282 ต้นแบบ เฮลิคอปเตอร์รบ ในปัจจุบัน สมัยสงครามโลก พวกเยอรมันใช้ เครื่องเฮลิคอปเตอร์นี้ตรวจการณ์แถว ทะเลเมริเตอร์เรเนียน




Sound Cannon เป็นปืนที่ส่งเสียง shock wave ออกมาทำลายทั้ง ระบบการได้ยิน และสร้างความตื่นตระหนกกับทหารที่เข้ามาระยะประชิด 100-150 เมตร การระเบิดแต่ละครั้งจะสร้าง Shockwave ที่ถูกส่งเข้าไปในคลื่นเสียงความเข้มสูงโดยสะท้อน คลื่นเสียงนี้สร้างแรงกดดันที่อาจฆ่าคนได้ถึง 70 เมตรออกไปใน 30 วินาที


Wind Cannon  จากการทดลองผสมก็าซ nitrogenperoxide อย่างเหมาะสมและฉีดอัดมันลงไปมันแรงพอที่จะฉีก ไม้หนา 25 ซม ให้ขาดได้ ตอนแรกพวกนาซีจะใช้ปืนนี้กับเครื่องบิน
แต่ aerodynamic ของเครื่องบินทำให้การทำลายของปืนนี้ ไร้ประสิทธิภาพเลยพับโครงการไป


ภาพ landkreuzer P1000 ratte เทียบกับทหารและ รถถังธรรมดา "เห็นแล้วต้องร้องว่า...OMG มันใหญ่มว๊าก" landkreuzer P.1000 ratte โครงการนี้ไม่ได้สร้างเพราะเยอรมันเห็นด้วยกับโครงการ แต่ดันไม่มีเงิน ถ้าสร้างเสร็จจะเป็นรถถังที่ใหญ่ที่สุดในโลก นน รวม .. 10,008 ตัน และสามารถใช้ทั้งเป็นฐานทัพเคลื่อนที่และปืนใหญ่จู่โจมไปในตัวได้ด้วย
ข้อมูลจำเพาะ

  • น้ำหนัก : 1,000 ตัน (1,100 ตันสั้น ; 980 ตันยาว )
  • ความยาว : 35 เมตร (115 ฟุต)    ความกว้าง : 14 เมตร (46 ฟุต)
  • ความสูง : 11 เมตร (36 ฟุต)
  • เกราะ         : 150-360 มม. (5.9-14 ใน)
  • อาวุธยุทธภัณฑ์หลักประจำรถ : ปืนใหญ่ 280 มม. 54.5 SK C/34 (2 กระบอก)
  • อาวุธยุทธภัณฑ์รอง : ปืนใหญ่ 128 มม. KWK 44 L/55(1กระบอก) / ปืนกล 20 มม. Flak38 (8กระบอก) / ปืนกล 15 มม. MG 151/15 (2กระบอก)
  • เครื่องยนต์ : เดมเลอร์ 8x-Benz MB501 20-กระบอกสูบเครื่องยนต์ดีเซลทะเลหรือ MAN 2x V12Z32/44 24-กระบอกสูบเครื่องยนต์ดีเซลทะเล16000 ไป 17,000 แรงม้า (12,000 ถึง 13,000 กิโลวัตต์)
  • การดำเนินงาน
    ช่วง         ~ 120 ไมล์ (190 กิโลเมตร)
    ความเร็ว         40 กม. / ชม. (25 ไมล์)




เรื่อดำน้ำ U -21 ต้นแบบเรือดำน้ำทุกชนิดใน ศต ที่ 21 มีระบบ SONAR ที่สมบูรณ์มากจนไม่ต้องส่องกล้องมองเหมือนเดิมอีกต่อไป ระบบยิงขีปนาวุปที่บรรจุได้รวดเร็ว รวมทั้ง มีระบบเดินเครื่องแต่ไร้เสียง (โอ๊ว แม่เจ้า..) สามารถดำน้ำได้ต่อเนื่องกันกว่า 300 ไมล์ โดยไม่ต้อง โผล่หัวขึ้นมาเลย แต่บังเอิญ U 21 ก็ผลิตมาน้อยไปหน่อยที่จะเปลี่ยนโฉม สงครามได้
รายละเอียดข้อมูล

    ระดับและประเภท:         ประเภทเยอรมัน U 19 เรือดำน้ำ
    แทนที่:         650 ตัน (720 ตันสั้น) ↑
    837 ตัน (923 ตันสั้น) ↓
    ความยาว:         64.15 เมตร (210 ฟุต 6)
    ขื่อ:         6.1 เมตร (20 ฟุต 0)
    ความสูง:         7.30 เมตร (23 ฟุต 11 นิ้ว)
    ตั๋วแลกเงิน:         3.58 เมตร (11 ฟุต 9)
    แรงขับ:         2 เพลา
    2 MAN × 8-กระบอกสูบสองจังหวะ ดีเซล มอเตอร์กับ PS 1700 (1,700 แรงม้า)
    2 × AEG คู่กับ Motordynamos 1200 PS (1,200 แรงม้า)
    320 รอบต่อนาที↓
    ความเร็ว:         15.4 นอต (28.5 กม. / ชม. ) ↑
    9.5 นอต (17.6 กม. / ชม. ) ↓
    Range:         9700 ไมล์ทะเล (11,200 ไมล์; 18,000 กม. ) @ 8 กิโลนิวตัน↑
    80 ไมล์ทะเล (92 ไมล์; 150 กม. ) @ 5 กิโลนิวตัน↓
    ทดสอบความลึก:         50 เมตร (164 ฟุต 1 นิ้ว)
    เรือและเชื่อมโยงไปถึง
    เรือขนส่ง:         1 dingi
    ส่วนประกอบ:         4 เจ้าหน้าที่ 31 คน
    กำลังทหาร:         4 x 50 ซม. (19.7 นิ้ว) ตอร์ปิโดท่อ (2 แต่ละ คันธนู และ สเติร์น ) กับ 6 ตอร์ปิโด
    1 × 8.8 ซม. (3.5 นิ้ว) ปืน SK L/30 (จาก 2 × 1916)


ภาพและข้อมูลจาก : http://en.wikipedia.org
TOP 
แบ่งปัน    

"จงอย่าอ้างว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลองทำ"

แก้ไขล่าสุดโดย sming เมื่อ 15-5-2012 09:41

มาดูกันต่อคับ ยังมีอีกเยอะ 555+


80cm Kanone (Eisenbahn) 'SCHWERE GUSTAV(ปืน(โครต)ใหญ่ ของเยอรมัน)

อันนี้เป็นกระสุน(โดนไปทีตายแล้วเกิดไป7รอบ อิอิ)



กุสตาฟ Schwerer ในช่วงทศวรรษที่ 1930 ปลาย กองทัพเยอรมันได้ทำการพัฒนา กุสตาฟ Schwerer  ตอนแรกๆขนาดลำกล้องก็ไม่โตขนาดนี้ ยิ่งท้ายๆสงครามขนาดยิ่งโตขึ้นเรืิ่่อยๆ เพื่อวัตถุประสงค์ด่วนในการทำลายป้อมปราการหนักโดยเฉพาะ และเจ้ากุสตาฟ Schwerer มันมีน้ำหนักเกือบ 1,350 ตัน และสามารถยิงกระสุนที่มีน้ำหนักเจ็ดตันไปยังช่วงของ 47 กิโลเมตร (29 ไมล์) ได้รับการออกแบบในการเตรียมการ สงครามโลกครั้งที่2เพื่อใช้ทำลายป้อมศึกของฝรั่งเศษโดยเฉพาะ
รายละเอียดข้อมูล
น้ำหนัก : 1350 ตัน (1,490 ตันสั้น ; 1330 ตันยาว )
ความยาว : 47.3 เมตร (155 ฟุต 2)
Barrel ชั่น : 32.5 เมตร (106 ฟุต 8 นิ้ว) L/40.6
ความกว้าง : 7.1 เมตร (23 ฟุต 4 นิ้ว)
ความสูง : 11.6 เมตร (38 ฟุต 1 นิ้ว)
Crew : 250 ประกอบปืนใน 3 วัน (54 ชั่วโมง), 2500 ในการวางทำนบติดตามและขุด 2 กองพัน Flak เพื่อป้องกันปืนจากการโจมตีทางอากาศ
ความสามารถ : 80 เซนติเมตร (31 นิ้ว)
การยกระดับ : สูงสุดจาก 48 °
อัตราการเกิดไฟไหม้ : 1 รอบทุกๆ 30 ถึง 45 นาทีหรือ 14 รอบปกติวัน
ความเร็วปากลำกล้อง : 820 m / s (2,700 ฟุต / วินาที) (HE)
                             720 m / s (2,400 ฟุต / วินาที) (AP)
ช่วงที่มีประสิทธิภาพ : เกี่ยวกับ 39000 เมตร (43,000 หลา)
ช่วงสูงสุด : 47,000 เมตร (51,000 หลา) (HE)
               38,000 เมตร (42,000 หลา) (AP)



Thor motar 60cm (โคตร)ปืนครกของเยอรมัน)



Thor motar 60cm บางคนเรียกว่า Kart motar ออกแบบและสร้างโดย Rheinmetall . มันเป็นอาวุธที่ตัวขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดอาวุธยุทโธปกรณ์หนักที่สุดของมันคือ 60 ซม. (24 นิ้ว) เส้นผ่าศูนย์กลาง 2,170 กิโลกรัม (4,800 ปอนด์) เปลือก และช่วงสำหรับเปลือกที่เบาที่สุดของ 1,250 กิโลกรัม (2,800 ปอนด์) เป็นเพียงกว่า 10 กม. (6.2 ไมล์) ปืนแต่ละคนมีที่จะมาพร้อมกับรถเครน, รถพ่วงขนส่งหนักและรถถังที่ถูกปรับเปลี่ยนหลายอย่างเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เจ้าโคตรปืนครกนี้ ใช้เครื่องยนต์เดมเลอร์เบนซ์ MB 503 น้ำมันเบนซินหรือ เดมเลอรเบนซ์ C 507 MB ดีเซล 580 แรงม้า (590 PS)เพาเวอร์ / น้ำหนัก 4.8 แรงม้า / ตัน


"Ruhrstahl Fritz-X ต้นแบบ จรวดนำวิถี ควบคุมด้วยวิทยุแบบ ทะลวงบังเกอร์ได้รายแรกของโลก"



Fritz X เป็นชื่อเล่นที่ใช้โดยบุคลากรทั้งฝ่ายพันธมิตรและกองทัพ ชื่ออื่นรวม Ruhrstahl SD 1400 X, เครเมอ X-1, PC 1400X หรือ FX 1400 (หลังยังเป็นแหล่งกำเนิดของชื่อ "ฟริตซ์เอ็กซ์")Fritz-X ถูกนำไปใช้งานครั้งแรกเมื่อ 21 กรกฎาคม 1943 ในการโจมตีเมื่อ ออกัสตา ท่าเรือในซิซิลี จำนวนการโจมตีเพิ่มเติมรอบ ๆ ซิซิลีและ เมสซี
รายละเอียดข้อมูล
น้ำหนัก         1362 กก. (3,000 ปอนด์) [1]
ความยาว         3.32 เมตร (11 ฟุต)
ความกว้าง         1.40 ม. (5 ฟุต)
เส้นผ่าศูนย์กลาง         85.3 ซม. (2 8 ฟุตใน)
หัวรบ         amatol ระเบิด เกราะ-เจาะ
น้ำหนักหัวรบ         320 กก. (705 ปอนด์)
การดำเนินงาน
ช่วง         5 กิโลเมตร (3.1 ไมล์)
ความเร็ว         343 m / s (1,235 mph กม. / ชม. หรือ 770)
คำแนะนำ
ระบบ         Kehl-Straßburgอับชื้น 203/230; MCLOS


ก็ดูกันไปพอหอมปากหอมคอแล้วกันนะคับ จริงๆแล้วมีอีกเยอะไว้วันหลังจะเอามาให้ดูกันอีกนะครับ สำหรับกระทู้นี้ถ้าผิดพลาดประการใดหรือไม่ถูกใจก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคับ ข้อมูลอาจไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่นะคับ แต่ก็หามาเท่าที่พอจะหาได้นะคับ บวกกับง่วงด้วยมั้ง(555+เขียนไปหลับไป) "ขอให้ชาวมิธทุกท่านมีความสุข ไม่เจ็บไม่จนกันนะคับ"
TOP 
   

"จงอย่าอ้างว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลองทำ"

TOP

ทำมายเด๋วนี้ชอบมีคนเอาเรื่องนาซีมาลงแข่งกะAREA51,52 AUTECของสหรัฐกะเราจังT^T ม่ายมีไครอยู่ฝ่ายอเมริกาบ้างเลยหรอ ขอบคุณสำหรับความรู้เจ้าค่ะ(แอบแค้นๆ)
TOP 
   

ถ้าสักวันวันหนึ่งWormHoleเปิดออก...เราไปด้วยกันนะ >_<"

TOP

ตอบกลับ 3# FantaSia
แอร๊ยยยย...อั๊ย..ย๊ะ....มะช่ายอย่างน้านนะตัวเธอ "ยังไงก็รักประเทศไทยที่สุดในหัวใจอยู่แล้ว"
เราคนไทยต้องรักกันนะจ๊ะ มาๆๆๆ มารักกัน ฮ่าๆๆๆ (แซวเล่นนะจ๊ะ แต่ถ้าโสดก็เชิญได้น้า 55+)
TOP 
   

TOP

ตอนนี้สนแต่แหวนที่นาซีเคยค้นหาอยู่
TOP 
   

TOP

เนื้อหามาจากไหนอะครับ อยากลองไปดูจังครับ
เพราะตอนนี้ หนังเรื่อง iron sky ก็กำลังเข้ามันเกี่ยวกะกระทู้นี้เลยอะครับ
โดยส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ล้ำมากๆของนาซี
(ไม่ได้ฝักไฝ่นะครับ) ผมว่า ฮิตเลอร์เป็น คนที่เปิดกว้างในการค้นคว้ามากๆ โดยไม่ตัดเรื่องเล่า นิยาย ตำนานปรัมปรา ออกไปหมด เพราะมันมีบางส่วนที่เป็นจริงแต่สมัยนั้นอธิบายไม่ได้เท่านั้นเอง
ถ้า ประเทศอื่นๆในช่วงนั้นคิดค้นเทคโนโลยีแบบเปิดกว้างอย่างฮิตเลอร์ ผมว่าผลพวงของเทคโนโลยีตอนนี้คงเป็นไปอีกแบบ
TOP 
   

TOP

ผมว่าหนัง iron sky มีโอกาศเป็นไปได้สูงมาก เพราะเทคโนโลยีในยุคนั้น ถือนาซีกำลังได้เปรียบ(ในความคิดผม)แต่ก็ไม่รู้แพ้ได้ไง 555 พอแพ้สงคราม อเมริกา ก็ยึดแบบพิมพ์เขียวต่างๆไป สร้างต่อ "มั้ง" (มันคือหนัง และเป็นความคิดผม อย่างคิดมาก ^^)
TOP 
   

TOP

เนื้อหามาจากไหนอะครับ อยากลองไปดูจังครับ
เพราะตอนนี ...
ต้นฉบับโพสต์โดย matrix0744 เมื่อ 15-5-2012 17:45



    ลองเซิสดูในกุเกิลคับว่า "อาวุธลับของเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่2" แต่ส่วนมากจะเป็นรูปแล้วก็ชื่อของอาวุธนะคับ พวกข้อมูลนี่ผมหาใน วิกิพิเดียคับผม จิงๆแล้วมันมีอีกหลายชิ้นนะคับลองเซิสหาดูนะคับ
TOP 
   

TOP

ถ้าไม่มีนาซี อเมริกาก้อไปดวงจันทร์ไม่ได้หรอกครับ
TOP 
   

TOP

นาซีแพ้เพราะ ดันเปิดศึกสองด้านครับ (มั่นใจตัวเองมากไป) คือตอนแรกๆ ขอสงบศึกกะโซเียตได้แล้ว แต่ตอนหลังดันไปเข้าตีที่สตาลินกราด และจะบุกเข้ามอสโค แต่แตกพ่าย เพราะไม่ชินกับสภาพอากาศที่หนาวมากๆ รวมทั้งมีพายุหิมะด้วย ความนี้สัญญาสงบศึกกับโซเวียตก็ล่ม โดนบุกทั้ง 2 ด้าน
อีกอย่าง นาซี ยึดถือว่าตนเองเป็นอารยัน(จิงๆแล้วอารยันก็พวกที่สืบเชื้อสายเอเชียกลางทั้งหมด รวมถึงเราด้วย)เลยไม่เอาคนเชื้อชาติอื่นมาเป็นฝ่ายตน หรือแรงงานธรรมดา มีแค่ใช้เป็นทาสกับฆ่าทิ้ง พอไปนานๆเข้า จะหาทหารที่ไหนมาสู้ล่ะ??ผลิตไม่ทัน ก็เลย แพ้ซะ
ปล. ในความคิดผมนะครับ ผมว่า เยอรมันไม่ใช่อารยันหรอก เพราะก่อนกรุงโรมแตก พวกนี้ยังเป็นพวกป่าเถื่อนอยู่เลย โรมแตกก็เพราะพวกนี้กะพวกแฟรงค์/พวกกอธแหละ(ต้นกำเนิดชนชาติฝรั่งเศส)
TOP 
   

TOP

ดีที่ นาซีมัน ล่มไปก่อน
ขอบคุณครับที่นําเรื่องดีๆมาฝาก
TOP 
   

num

TOP

อาวุธของนาซี มาจาก จินตนาการของมุษย์โลก
อาวุธ อเมริกา ขโมยเทคโนโลยีต่างดาวมาใช้......... รึเปล่า ??
TOP 
   

TOP

ถ้านาซี ชนะ สงครามโลกอาจดีกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้  คนแพ้ไม่มีสิทธิ์พูดอยู่แล้วนี่ คนชนะ ถึง เป็นคนเขียนประวัติศาสตร์...
TOP 
   

TOP

ฮิตเลอร์ แหละ กองทัพนาซี เหมือนจะได้รับความช่วยเหลือจาก มนุษย์ต่างดาว
TOP 
   

Time are myth

TOP

แต่ละอย่าง
TOP 
   

TOP

กลับไปที่รายการ