กลับไปที่รายการ โพสต์ใหม่

Ancient Astronaut: บทที่ 1 อารัมภบท

:: เรียบเรียงโดย Sonic ::





จากงานเขียนของ วิลเลียม เซเลอร์ และแรงบันดาลใจจากภาพอภิมหาคลาสสิคแห่งวงการพระเจ้าจากอวกาศ อันเป็นภาพของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวมายาโบราณนาม ปากัล-Pakal มาเป็นบทความอภิมหายาว The Return of Ancient Astronauts แอ่น-แอ น-แอ๊น (ทั้งที่แอตแลนติสก็ยังทำไปได้ไม่ถึงไหน) ท่านที่ตามงานของนายโซนิคเป็นประจำคงจะเอียนกับเรื่องของ Anunnaki และ Nibiru กันเต็มทน มาบัดนี้ท่านจะได้เอียนซ้ำอีกรอบหนึ่ง แต่เป็นคนละมุมมอง นายโซนิคไม่รับประกันนะครับว่าเรื่องที่ทำอยู่นี้จะเสร็จเมื่อไหร่ และนี่คือสาระสังเขปของเรื่องราวที่ท่านกำลังจะได้อ่านกัน คลิกที่ลิงค์เพื่อเข้าไปอ่านบทเต็ม(เฉพาะบทที่เสร็จนะครับ จะทยอยอัพเดทตามเวลาที่มีอยู่) ด้านล่างคือสารบัญสำหรับผู้ต้องการลัดไปอ่านบทที่สนใจโดยเฉพาะ

บทนำ ไหว้ครู โหมโรง อารัมภบท ฯลฯ แล้วแต่จะเรียกครับ

# จิ๊กซอแห่งประวัติศาสตร์ # ชิ้น ส่วนเล็กๆที่จะนำมาประกอบกันเพื่อยืนยันทฤษฎี "พระเจ้าจากอวกาศ" ทั้งจากตำนานโบราณ วรรณคดี โบราณวัตถุต่างๆที่ขุดค้นพบกัน ที่บ่งชี้ว่าครั้งหนึ่งพระเจ้าจากห้วงเวหาได้เหินลงมาสร้างอาณานิคมอยู่บน โลกมนุษย์ของเรา หลายชิ้นได้รับการยอมรับแล้วจากวงการวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ในขณะที่อีกหลายๆชิ้นยัง"หาคำตอบกันไม่ได้"

# ลายเส้นบนพื้นราบ # ลวดลายเรขาคณิตบนที่ราบนาซก้าและที่อื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เป็นลวดลายที่สร้างขึ้นมาโดยคนโบราณโดยมีความน่าประหลาดคือ มันสามารถมองเห็นได้จากทางอากาศเท่านั้น นี่คือไอเดียใหม่ๆที่จะชยายความให้ท่านฟังว่า คนโบราณสร้างลวดลายเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไรและสร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไร

# โบราณสถานขนาดยักษ์ #ที่ กระจัดกระจายอยู่ทุกหนแห่งบนโลกบูดๆเบี้ยวๆใบนี้ หรือเป็นความจริงตามในพระคัมภีร์ที่ว่า "กาลครั้งหนึ่ง เคยมียักษ์อาศัยอยู่บนโลกใบนี้" คนโบราณสร้างอนุสรณ์สถานด้วยหินยักษ์หนัก 2,000,000 ปอนด์ได้อย่างไร ในเมื่อด้วยวิทยาการของโลกปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มันก็ยังเป็นไปได้อย่างยากเย็น บางทีไอเดียบางอย่างในบทนี้ อาจเป็นคำตอบที่ถูกต้องในอนาคต

# ปิระมิด-ปิระมิด-ปิระมิด # สูงน้อยหน่อยก็ 400 ฟิต ที่สูงมากหน่อยก็ 2,300 ฟิต แถมพบในชนชาติโบราณที่เจริญผิดยุคแทบทุกชาติ พวกเขาสร้างมันขึ้นมาทำไม? นี่คือหลักฐานที่บ่งบอกว่า ปิระมิดคือโบราณสถานที่เกิดขึ้นมาพร้อมอารยธรรมมนุษย์และทำหน้าที่อย่างหลาก หลาย เป็นจุดสังเกตในการลงจอด เป็นลานบินฉุกเฉิน สถานีเติมเสบียง หลุมหลบภัย และศาสนสถานเพื่อประกอบพิธีบวงสรวง ข้อสรุปของบทนี้คือ ปิระมิดถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์มีโอกาสได้ติดต่อกับพระเจ้า - - The Contact

# ปริศนาแห่งตำนานโบราณ # ความลับของนักบินอวกาศยุคโบราณ ที่ซุกซ่อนอยู่ในตำนานของชนชาติที่เจริญด้วยอารยธรรมอย่างผิดยุค พันธุวิศวกรรม ยานอวกาศในคัมภีร์ไบเบิล และไขข้อข้องใจที่ว่า ทำไมแนวคิดเกี่ยวกับพระเจ้าจากอวกาศจึงไม่เป็นที่ยอมรับของคนหมู่มาก

# From Myth to Myth # จากตำนานสู่ตำนาน จากปริศนาสู่ปริศนาที่ซับซ้อนกว่า จะนำพาท่านไปพบกับเรื่องราวอันชวนพิศวงของ

    * ชนชาติสุเมเรียน ทายาทของทวยเทพจากดาวเคราะห์ดวงที่สิบ
    * เรื่องลึกลับในคัมภีร์ไบเบิล นักท่องอวกาศยุคโบราณผู้สมอ้างตนเป็นพระเจ้า
    * มหากาพย์กิลกาเมช วรรณกรรมเรื่องยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้เป็นเพียงตำนานวีรบุรุษธรรมดาๆ
    * มหาภารตะ เพียงจินตนาการหรือสงครามนิวเคลียร์ยุคก่อนประวัติศาสตร์จริงๆ...



# พาหนะของทวยเทพ # "มนุษย์อินทรีย์" ของสุเมเรียน, "นาวาแห่งสวรรค์(Boat of Heaven)" ของอียิปต์, "วิมานะ" ของอินเดีย, "มังกรบิน" ของตะวันออกไกล, "พญางูมีปีก" ในอเมริกากลาง และบัลลังก์ลอยฟ้าที่ถูกกล่าวถึงบ่อยๆในจารึกของชนชาติฮีบรู ฯลฯ มันคืออะไร?

# การบวงสรวงบูชายัญ # แกะ วัว แพะ หรือแม้กระทั่งมนุษย์ พระเจ้าที่ว่ากันว่าอมตะต้องการอาหารเหล่านี้ไปทำไม? ศาสนสถานหลายแห่งบ่งชี้ว่า มันคือสถานที่ที่พระเจ้าเสด็จลงมา"เติมเสบียง"ที่เรียกร้องเอาจากมนุษย์ ยะโฮวา เรียกร้องวัว 100 ตัวลูกแกะ 100 ตัว ลูกแพะร้อยตัว ยะโฮวาเอาไปทำไม เก็บไว้ในตู้เสบียงของยานขณะเดินทางหรือ? คิฮัวโคเทิล เทพโบราณของอเมริกากลางต้องการให้มีการสังเวยมนุษย์ทุกสัปดาห์ พระเจ้าองค์นี้ต้องการมนุษย์เพื่ออะไร เอาไปกินหรือแค่ต้องการชิ้นส่วน?

# สงครามนิวเคลียร์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ # "ยาวราวเจ็ดชั่วตัวคน ขับเคลื่อนด้วยเปลวไฟในตัวเอง สามารถทำลายเมืองได้ทั้งเมือง", "เคลื่อนที่เป็นวิถีโค้ง ร้ายแรงราวกับรวมพลังจากทั่วสากลโลกเอาไว้ อานุภาพการทำลายเต็มไปด้วยไฟ ควัน และคลื่นความร้อนราวกับดวงอาทิตย์ขึ้นพร้อมกันทีละสิบดวง อาวุธนี้สามารถแปรสภาพพื้นที่รอบบริเวณได้ในพริบตา มันเผาผลาญธัญญาหารจนเกรียมวายวอดไปทั้งท้องทุ่ง ผู้คนจะผมเผ้าขาวโพลนและหลุดร่วง นกบนท้องฟ้าจะเปื้อนฝุ่นละอองสีขี้เถ้า ตกลงมาตายนับพันตัว มิช้ามินาน อาหารและเสบียงที่มีจะเป็นพิษจนหมดสิ้น วิธีการหนีรอดจากไฟบรรลัยกัลป์นี้ของทหารภารตะโบราณคือ ถอดเสื้อผ้าและชุดเกราะออก ลงไปชำระกายในน้ำครับ เพื่อมิให้ฝุ่นละอองนี้ติดตัว" - - จาก มหาภารตะ

# วิทยาการแห่งชีวิต # - - Biotechnology of the God พระเจ้าทรงปั้นแต่งมนุษย์ขึ้นจากฝุ่นผงแห่งพสุธา เป่าลมหายใจให้มีชีวิต ประทานสติปัญญา เรื่องราวจากพระคัมภีร์เหล่านี้แฝงไว้ด้วยฉากหลังที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ของกระบวนการพันธุวิศวกรรม ทูตสวรรค์ที่อยู่กินกับหญิงสาวชาวมนุษย์ การผสมข้ามสายพันธุ์ของมนุษย์และพระเจ้า เข้าแทรกแซงวิวัฒนาการตามธรรมชาติของมนุษย์ เรื่องราวเหล่านี้ยังคงสร้างความกังขาและถกเถียงกันอย่างไม่จบสิ้น บัดนี้เทคนิคทางพันธุวิศกรรมที่เรียกว่า "cross-species cell transfer" และ "recombinant DNA" กำลังจะให้คำตอบเราและยืนยันกับเราว่า อย่างช้าๆ...มนุษย์กำลังเจริญรอยตามพระผู้สร้างในอดีต...

# อมตะ # ไม่ใช่หนังสือรางวัลซีไรท์ แต่เป็นความลับแห่งอายุขัยของพระเจ้า

# Orion: Home of the God? # พระเจ้าโบราณของพวกเราไปอยู่เสียที่ไหน? บางทีร่องรอยขนาดยักษ์ที่พระเจ้าทิ้งเอาไว้บนโลก ดวงจันทร์ ดาวอังคาร คือ step เล็กๆที่พระเจ้าต้องการให้เราก้าวตามไป เมื่อผนวกเข้ากับปริศนาแห่ง Orion แล้ว พระเจ้าของเราน่าจะอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งบริเวณกลุ่มดาว Orion - - มุมมองใหม่ที่ไม่ใช่ Nibiru...

# พลิกฟ้าคว่ำดิน # ไม่ใช่วิทยายุทธในหนังจีน... แต่เป็นเรื่องราวของทฤษฎี Pole Shift, Pole Round ซึ่งได้ให้ข้อสังเกตกับเราว่า การที่แกนโลกเปลี่ยนแนวนั้น สัมพันธ์กับการตั้งถิ่นฐานของอายธรรมโบราณอย่างไร แกนโลกกำลังจะพลิกในเร็ววันนี้จริงหรือไม่ ถ้าจริง มันจะพลิกเมื่อใด?

# Akkadian Seal #- จารึกดินเหนียวชิ้นเล็กๆในพิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน ที่ Zecharia Sitchin บอกว่า มันคือข่าวสารจากโลกโบราณที่บอกกับเราว่า บรรพชนของเรารู้จักระบบสุริยะจักรวาลเป็นอย่างดี จารึกดินเหนียวชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึง ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทั้งเก้า(รวมไปถึง... Nibiru) Titan ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ ดวงจันทร์ของโลกเรา แต่ไม่ยักกะมีพลูโต นักวิชาการหลายคนค้าน Sitchin ว่าด้วยเรื่องของจำนวนดาวเคราะห์และ scale ที่ผิดสัดส่วน Akkadian Seal คือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนงั้นรึ? ไม่มั้ง... ไปฟังเค้าเถียงกันหน่อยเป็นไร

# บทสรุป # ปัจจุบัน พระเจ้าจากอวกาศเหล่านี้อยู่ที่ไหน ปรากฏในรูปแบบใด พระเจ้าเคยสัญญาว่าจะหวนกลับมาสู่โลกมนุษย์ คำสัญญานี้จะเป็นจริงเหมือน "I'll Back!" กับภาคต่อของคนเหล็ก Terminator หรือไม่ และถ้ากลับมาจริง พระเจ้าจะกลับมาเพื่ออะไร?
ไฟล์แนบ: คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อนที่จะสามารถดาวน์โหลดหรือดูไฟล์ที่แนบมา.
หากคุณยังไม่มีบัญชีหรือยังไม่ได้เป็นสมาชิก?กรุณาสมัครสมาชิกที่นี่
1

จำนวนคะแนน

  • kaikano

TOP 
แบ่งปัน    

บทนำ: A brief history of Ancient Astronaut

มีหลายคนถามผมว่า ทำไมผมจึงใช้ชื่อของเว็บไซต์นี้ว่า Myth มันมีที่มาจากคำว่า Mythology หรือเปล่า?

ถูกแล้วครับ ชื่อของเว็บไซต์นี้มาจากคำว่า Mythology หรือ Mythical เพราะหนึ่งนั้นผมชอบเรื่องราวในแนวตำนานเป็นการส่วนตัว ประการที่สองคือ โดยรากศัพท์แล้ว Myth ไม่ใช่แค่ตำนานการบอกเล่าธรรมดา แต่มันหมายถึงอะไรที่มัน "Incredible" เอามากๆ และผมเห็นว่าเรื่องราวที่ผมจับอยู่นั้น มันเป็นอย่างว่าเสียด้วยก็เลยตัดสินใจใช้ชื่อนี้ คงพอจะหายสงสัยแล้วนะครับ ว่าทำไมผมไม่ใช้คำว่า UFO หรือ Alien หรือ X-Files อะไรอย่างที่ชาวบ้านเค้าใช้ เพราะผมเน้นตำนาน(ที่บางทีก็ตำนานไปจนคนอื่นรออ่านไม่ไหวเอาเหมือนกัน)



เอ้า นอกเรื่องมาซะนาน เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ใครที่เบื่ออินโทรนี้จะข้ามไปก็ได้นะครับไม่ว่ากัน ผมขอเล่าแบบคร่าวๆให้ผู้ที่บังเอิญหลงเข้ามาฟังเท่านั้นเองว่า ในการศึกษาคัมภีร์หรือจารึกโบราณนั้น ส่วนใหญ่เท่าที่เราพบเเห็นกันจะอิงไปทางศาสนาเสียส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไบเบิ้ล อัลกุรอาน มหาภารตะ หรืออื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีเรื่องของกฤษฎาอภินิหารเข้ามเกี่ยวข้องด้วยเป็นส่วนใหญ่ บางเรื่องก็เหลือเชื่อเอามากๆ ทีนี้ถ้าเราลองมองอย่างเป็นธรรม มองในแง่ของวิทยาศาสตร์เพียวๆโดยตัดอภินิหารหรือศัรทธาอะไรเทือกนั้นออก เราจะมองเห็นและตั้งคำถามในใจขึ้นมาหลายต่อหลายคำถาม โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาสนาของคนโบราณ หินยักษ์ก้อนใหญ่ที่ถูกนำมาก่อร่างสร้างวิหารอันโอฬาร ลายเส้นบนพื้นราบที่มองได้เฉพาะจากบนอากาศ ด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่างและยากจะตีความ

ครับ... นั่นคือเฉพาะสิ่งที่เราเห็นและจับต้องได้ ไม่รวมไปถึงอภินิหารทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ การสร้างมนุษย์ สงครามระหว่างเทพกับคน น้ำท่วมโลก ฯลฯ เราเพิกเฉยกับส่งเหล่านี้พร้อมกับโยนมันให้วงการศาสนวิทยามาแสนนาน จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เอง... ในรุ่งอรุณแหงยุคอวกาศ ด้วยพลังของไบโอเทคโนโลยี สิ่งที่มนุษย์เราสามารถทำได้มันก็คล้ายคำว่า "อภินิหาร" เข้าไปทุกทีๆ มนุษย์ทำได้ในหลายๆสิ่งที่พระเจ้าเคยทำมาในพระคัมภีร์ และยิ่งถ้ามองกลับลงไปในเรื่องของสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมา โบราณวัตถุ โบราณสถาน ที่เราเคยฉงนฉงายมาตั้งนมนานว่า คนโบราณเขาสามารถทำได้อย่างไร เราก็เริ่มที่จะเข้าใจและสามารถใช้คำอธิบายในเชิงของวิทยาศาสตร์มากกว่าคำ ว่าอภินิหาร

แล้วมันทำไมหรือครับ?

มันก็ไม่ทำไมหรอกครับ ที่มาของแนวคิดเกี่ยวกับ Ancient Astronaut หรือนักบินอวกาศยุคโบราณ ที่แวะเวียนมาสร้างอาณานิคมบนโลกเรา สั่งสอนศิลปวิทยาการให้กับมวลมนุษย์จนได้รับการยกย่องให้เป็นพระเจ้า สำหรับรายละเอียดอื่นๆนั้น ตามหาอ่านได้จากงานเก่าๆของผม หรือจากหนังสือเล่มอื่นๆตามท้องตลาดได้ครับ เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวเอาไว้ค่อนข้างตรงกัน และนี่คือ Summary of Ancient Astronaut Hypothesis ที่ผมจะยึดเป็นแกนหลักในงานเขียนฉบับนี้ครับ



Ancient Astronaut(s) ได้ลงมาที่โลกของเราเมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมาแล้ว วิทยาการด้านไบโอเทคโนโลยีของพวกเขาคล้ายคลึงกับมนุษย์ในปัจจุบันมาก พวกเขาได้สร้างชาติพันธุ์มนุษย์ด้วยวิธีการทางพันธุวิศวกรรม โดยผสานยีนของพวกเขาเข้ากับสิ่งมีชีวิตคล้ายมุนษย์บนโลก ปรับปรุงสั่งสอนศิลปวิทยาการให้เพื่อใช้มนุษย์ในการทำงานบางประการ เช่น เป็นหน่วยผลิตอาหาร ทำเหมืองแร ่และแรงงานในการก่อสร้าง

พระเจ้าจากอวกาศ (จริงๆแล้วผมควรใช้คำว่า Gods from Space มากกว่า หากอิงตามบริบทของคนโบราณ แต่ยังไงก็ตามนะครับ ผมขอใช้คำๆนี้ในความหมายเดียวกันกับ Ancinet Astronauts คงไม่ว่ากัน เพื่อความคล่องปากของผมเองนั่นแหละ) โดยปกติแล้วไม่ต้องการให้มนุษย์เข้าใกล้หรือเห็นพวกเขา เพียงอนุญาตให้มนุษย์รับรู้การคงอยู่ของพระเจ้าโดยให้เห็นในรูปของสัญลักษณ์ หรือปรากฏกายแก่สายตามนุษย์ในลักษณะที่น่าเกรงขามและพรั่นพรึง อย่างไรก็ตาม มนุษย์บางส่วนก็ยังสามารถ contact กับบริวารของพระเจ้าได้ เช่นทูตสวรรค์ หรือเทพกึ่งสัตว์ (หุ่นยนต์?) พระเจ้าไม่ต้องการให้มนุษย์เข้าใกล้แหล่งพำนักของพระเจ้านัก ยกเว้นเฉพาะนักบวชชั้นสูง มีข้อสังเกตว่า สาเหตุอาจจะมาจากการป้องกันการติดเชื้อบางชนิด ซึ่งมีเฉพาะบนโลกของเราก็เป็นได้

พระเจ้าจะไปไหนมาไหนด้วยพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงเคมี ในคัมภีร์โบราณหลายเล่มกล่าวตรงกันว่า ช่วงแรกพระเจ้ามักเสด็จลงมาบนยอดเขาสูง ในซอกเขา หรือปล่องถ้ำ ทั้งนี้อาจจะเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย และการทำอันตรายแก่เหล่าทาสรับใช้คือมนุษย์ ที่อาจโดนลูกหลงเมื่อตอนยานลงจอด และพัฒนามาเป็นตามเทวสถานใหญ่ๆ เช่น ปิระมิด หรือ ซิกกูรัตในภายหลังเมื่อเวลาผ่านไปได้ช่วงใหญ่ และมนุษย์เริ่มพัฒนาอารยธรรมขึ้นมาแล้ว (นึกภาพปิระมิดแบบตะวันออกกลางหรือมายาที่มียอดตัดเรียบสิครับ เหมาะสำหรับนำ ฮ.ลงจอดหรือไม่?) ในกรณีที่ไม่มีที่จอดที่เหมาะสม พระเจ้าอาจสั่งให้คนงานชาวโลก ทำสัญลักษณ์ชี้พิกัดที่ใกล้เคียงกับการลงจอดและสามารถมองเห็นได้จากอากาศ เช่น เลย์ไลน์ในยุโรป หรือนาซก้าไลน์ในอเมริกากลาง

พระเจ้าจากอวกาศยังต้องการอาหาร เราไม่แน่ใจว่าพระเจ้ากินอาหารด้วยวิธีไหน หรือกินอย่างไร แต่ที่แน่ๆ พวกเขามีการป้องกันหรือฆ่าเชื้ออย่างง่ายๆ โดยการให้มนุษย์ย่างหรือเผาเครื่องสังเวยที่มนุษย์นำมาถวายเสียก่อน (อาจเป็นที่มาของธรรมเนียมการบวงสรวงพระเจ้าในการบูชายัญด้วยไฟ ของหลายๆชนชาติในภายหลัง) จากหลักฐานที่มี พระเจ้าจะสั่งเครื่องสังเวยที่ต้องการมาเป็นล็อทๆ และมนุษย์ต้องหาและนำไปให้ที่เทวสถานหรือในถ้ำในตามเวลาที่พระเจ้าสั่ง (ยังกะ Just in Time เลยแฮะ) ส่วนใหญ่คือเนื้อสัตว์ และในบางครั้งสิ่งที่พระเจ้าต้องการคือมนุษย์

พระเจ้าได้ทรงสอนศิลปวิทยาการแขนงสำคัญแก่มนุษ์หลายๆสาขา เช่น กสิกรรม วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ประทานกฏหมายฉบับแรกแก่มนุษย์ สุดท้ายสงครามชิงความเป็นใหญ่ระหว่างพระเจ้าโดยใช้โลกเป็นสมรภูมิก็เกิดขึ้น (นึกถึงสงครามชิงอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตกนะครับ พระเจ้ากับมนุษยืนี่จริงๆแล้วก็ไม่ต่างกันเลย) และสุดท้ายเมื่อโลกประสบภัยพิบัติจากดาวหางที่พุ่งเข้ามาชน พระเจ้าก็ได้ถอนตัวจากไป คงเหลือไว้แต่ซากอารยธรรมและตำนานที่สืบขานกันมารุ่นต่อรุ่น ยังผลให้พวกเราคนรุ่นใหม่ฉงนฉงายกันจนถึงทุกวันนี้

ครับ... นี่คือสรุปเนื้อหาโดยรวมที่กล่าวถึง Ancient Astronauts ยืนพื้นบนงานเขียนของ Zecharia Sitchin, Eric Von Daniken, William Saylors และ Alan F. Alford ผู้เขียน The Gods of new Millenium หนังสือดีที่ออกมาตั้งนานแต่นายโซนิคเพิ่งได้มาจับ (เค้าให้มาอีกทีครับ) เนื้อหาอาจจะซ้ำกับที่เคยเขียนเอาไว้แล้วบ้าง ตัดทอนเนื้อหาจนสั้นห้วนและ บางคนตามไม่ทันบ้าง ก็ต้องขอให้ทำความเข้าใจนะครับว่า หนังสือหรือเอกสารหลายสิบเล่ม หนาเป็นพันๆหน้านั้น ผมทำได้ดีที่สุดแค่วิธีตัดมาปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องเป็นราว หรือหยิบมาแต่ประเด็นสำคัญๆ (ซึ่งบางครั้ง ผู้อ่านต้องเข้าใจพื้นฐานในบางสาขา เช่นโบราณคดี มานุษยวิทยา หรือ ศาสนเปรียบเทียบพอสมควร) แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพื่อตอบคำถามสี่ประเด็นหลัก ที่ผมตั้งใจจะเก็บมานำเสนออันประกอบด้วย


1. ลักษณะตามธรรมชาติของพระเจ้าจากอวกาศ
2. อธิบาย "อภินิหาร" ของพระเจ้าด้วยวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ในปัจจุบัน
3. พระเจ้ามาจากไหน?
และ
4. พระเจ้ากำลังจะไปที่ไหน (อืมห์ ยังกับทิศทางและแนวโน้มทางเศรษฐกิจเลยแฮะ)

ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ - - Sonic 23/03/2545





สงวนลิขสิทธิ์โดย © Mythland.org All Right Reserved

ไฟล์แนบ: คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อนที่จะสามารถดาวน์โหลดหรือดูไฟล์ที่แนบมา.
หากคุณยังไม่มีบัญชีหรือยังไม่ได้เป็นสมาชิก?กรุณาสมัครสมาชิกที่นี่
3

จำนวนคะแนน

  • nice13

  • prkkid

  • jusments

TOP 
   

TOP

กลับไปที่รายการ