กลับไปที่รายการ โพสต์ใหม่

เรื่องเล่า หลอนๆ จากประสบการ์ณตรงของผมครับ (2)

วันนี้คือวันก่อนเเสดงจริงครับ

น้องนางเอกก็เล่าให้เราฟังว่า เมื่อคืน จริงๆเเล้ว คือเมื่อเช้า ราวๆตีสี่ ตีห้านั้นเอง
น้องเเกก็นอนอยู่ห้องเดียวกับเเม่ ตามปรกติ เเต่เเล้ว อยู่ๆ ก็เกิด ขยับ ตัวไม่ได้ พูดไม่ออก มึนๆ ชาๆเหมือนผีจะอำ เหลือ ตามองไปยังเบื้องหน้า น้องเเกก็ ต้องใจจน้ำตาเล้ด เมื้่อ พบเงา ชายฉกรรจ์ ยืนจ้องหน้า ด้วยสายตาอาฆาต ชายกลุ่มนั้น มี อยู่สี่คน เเละ หนึ่งในสี่นั้น น้องเขาจำไม่ผิดเเน่นอน ว่า คือ หมอ อธิป สามี ของคุณนวลฉวีนั่นเอง ในขณะที่น้อง เขาจ้องตาค้างอยู่นั้น ชายฉกกรจ์ สามคนก็ เข้ามากดล๊อค น้องเขาไว้ ทำให้ หายใจไม่ออก เเละ อึดอัดอย่างมาก น้องเขากลับจนทำอะไรไม่ถูก ชายฉกรรจ์ทั้งสาม ทำท่า ประหนึ่งจะข่มขืนเธอ โดยคนนหนึ่งนั้นขึ้นคร่อมเธอเเละจับกดไว้ ในขณะที่สติพร่าเลือนนั้นเอง น้องเเกก็เริ่ม สวดมนต์ คาถา ชินบัญชร พอใกล้จะจบบท เงาชายฉกรรจ์ ทั้งสาม ก็ค่อยๆจางหายไป เเต่ คำพูดสุดท้าย ที่ออกจากปากหมอ อธิป ที่บอกน้องเขาไว้พร้อมสายตา อาฆาตนั้นบอกว่า "กูไม่ได้ทำ เเม่กูทำ" ก่อนจะหายไป เเละ ก็รุ่งสางพอดี น้องเเกก็ร้องห้ใหญ่ครับ เเต่ก็มาซ้อมวันสุดท้ายก่อนการเเดสงตามปรกติ

ในวันที่พวกเรา เริ่มเเสดงจริงวันเเรก ผมจำได้เเม่นเลยว่าเป็นวันที่ 9 มกราคม 2553 โดยจะเป็นรอบปฐมทัศน์สำหรับ ผู้สนับสนุน เงินทุน รวมไปถึง บัตร วีไอพี ต่างๆนั่นเองครับ

ก่อนจะเริ่มกาารเเสดงพวกเราก็ จะทำพิธีไหว้ คุณนวลฉวี ที่ เก้าอี้ซึงจัดไว้ให้บริเวณ หน้าเก้าอี้คนดูเเถวเเรกนั้นเอง โดยการนำ ตุ๊กตาซึ่งใช้ในฉากโยนศพคุณนวลฉวี ลงเเม่น้ำ เอาตุ๊กตาตัวนั้นมานั่ง เเละ จุดธุ)บอกกล่าวอันเชิญ คุณนวลมานั่งดู ณ เก้าอี้ตัวนี้ ทุกๆคนที่เป็นทีม
านก็มาเข้าพิธีกันพร้อมพรั่ง ยกเว้น ผู้กำกับ ซึ่งไปคุยโทรศัพท์เเละไม่ได้ร่วมบวงสรวง เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างเวลาการเเสดงก็เริ่มคุณ อากาศกำลังดีมาก

เป็น ช่วงที่อากาษกำลังเย็นสบาย รอบ หนึ่งทุ่มเศษๆ เเต่เเล้ว พอคนดูเข้าประจำที่นั่ง กำลังจะเริ่มการเเสดงก็กิด ลมพายุพัดเเรงมาก เเรงชนิดบางคนถึงกับโซซัดโซเซ เเละนั่งร้าน ซึ่งนำมาขึงผ้าใบทำที่กั้น ไม่ให้คนมาเเอบดู ทั้งตัวโครงเหล็กขนาดหนัก อย่างดี อย่างเเข็งเเรง หงายหลังล้มครืนลงไปทั้ง สี่อัน ากบนเวทีล้มระเนระนาด จนในที่สุดการเเสดงในรอบเเรกก็ต้องเป็นอันยุติ ยกเลิกไป

ฝนพรำลงมา ในช่วงค่ำของต้นเดือนมกรา นับว่าเเปลกทีเดียวเพราะช่วงนั้นไม่มีฝนมานานเเล้ว ไม่รุ้จะหลงฤดูมาจากไหน

บางคนก็บอกว่า อาจจะเกี่ยวข้่องกับการที่ ผู้กำกับละครไม่ได้ร้วมไหว้ คุณนวลฉวีใน ช่วงบวงสวงนั้นเอง...

สืบเนื่อง จากการโดฝนตกใส่ในการเล่นละครเวทีวันเเรก ทำให้ผมไปค้นดูจากอินเตอร์เน็ท ในกองละคร ภาพยนตร์เรื่องบ้านผีสิง ซึ่งนำเค้าโครงเรื่องของคุณ นวลฉวี มาเป็นตัวดำเนินเรื่องอีกเช่นกัน เเละกองภาพยนตร์ เรื่องบ้านผีสิง ก็ เจออาภรรพ์ ฝนตกอย่างนัก จนต้องเลิกกองไปในวันถ่ายวันเเรกอีกเช่นกัน



การเเสดงของพวกเราก็ยังมีต่อมา เเม้ว่าเก้าอี้คุณนวลฉวี ที่อยู่ข้างหน้านั้นจะสร้างความขนพองสยองเกล้าให้เเก่คนดูของเราอยู่พอสมควร เราก็ยังเล่นจบครบทุกรอบ จนถึงรอบสุดท้าย พวกเราซึ่งเหนื่อยล้า จากการตรากตรำ ทำงานกันมาร่วมสามเดือน ต่างกัญินดีกันถ้วนหน้าว่าจะถึงรอบสุดท้ายเเล้ว และต่างก็หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิด ขึ้น เเล้ว มันก็เกิดขึ้นจนได้!!!

.ในขณะที่การเเสดง รอบสุดท้าย เล่นไปได้ครึ่งเรื่อง ก็มีผู้ัชมคนนึง กรีดร้องออกมา กรี๊ดเสียงดังจนถึงขั้น ช๊อคสลบไป เพื่อนผมก็พา เธอคนนั้น ขึ้นรถยนต์ไปโรงพยาบาล พร้อมทั้งอยู่ดูอาการ จนเธอฟื้นขึ้นมา เล่าให้เพื่อนผม ฟังว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันเเน่

น้องคนนั้น ได้บอกว่า ณ เก้าอี้คุณนวลฉวี ตัวนั้น ซึ่งตั้งเด่นสะดุดตาอย่ด้านหน้าสุดเพียงตัวเดียว พร้อมทั้ง จุดธูป ขนมคาวหวานนั่นเอง เธอได้มองไปเเละเห็นเต็มสองตา เป็น นางพยาบาล สวมชุดพยาบาลปันเกรอะกรังไปด้วยเลือดกำลังนั่ง ดูละครเวทีอยู่ นั่นเองทำให้เธอตกใจจนช๊อคออกมา

น้องมะปรางเองก็ยืนยันว่า คุณนวลฉวี มาชมละครเราทุกรอบ เเละบางรอบยังขึ้นไปนั่งบนเวทีอีกด้วย!!

ยัง ยังไม่หมดครับ เพราะการเเสดงของเรายังดำเนินต่อไป จนกระทั่ง ถึงช่วงสุดท้ายของละคร ในฉากที่มีการข่มขืน เเละใช้มีดเเทงคุณนวลฉวี นั้นเอง ตอนเเทง เสียงกรีดร้องที่ออกมาจากไมค์ หาใช้่เสียงนางเอกไม่!!! เเน่นอน ครับ ว่าคนที่เพิ่งมาดูละครเป็นครั้่งเเรก ย่อมไม่สำเหนียก ถึงความผิดปกติอันนี้เป็นเเน่

เเต่กับพวกผมเเล้ว ที่ผ่านการซ้อม มาเป็นร้อยครั้ง ย่อมบอกได้เเน่นอน ว่า ไม่ใช่เสียงของน้องเเก มันต่างไปเป็นคนละคนเลย ซ้ำร้าย พอกรีดร้องเสร็จ ยังมีเสียงร้องไห้ คลอตามมาตลอดเวลาๆ ทั้งๆที่นางเอกเป็นผู้หญิงคนเดียวที่มีไมค์ เเละ เธอเองต้องนอนตายอยุ่บนเตียง ไม่ได้พูดหรือร้องไห้เเต่อย่างใด รวมทั้งน้องเเกเองก็ออกปากว่าตอนนั้น เหนื่อยมาก เลยไม่ได้กรี๊ด หรือ ร้องไห้เเต่ประการใด เเล้วเสี่ยงนั้น มาจากไหน??

ผมถาม ฝ่าย ซาวนด์เเล้วก็ยืนยันว่าไมค์ทุกตัวได้ปิดไว้เเล้ว เเละไม่มีใครมาเป็นคอรัส ให้เเน่อนน เเต่เสียงนั้นก็ยังทำให้พวกเราขนลุกเป็นอย่างยิ่ง

คุณเเม่ผมเอง ยังบอกเลยว่า รอบสุดท้ายเนี่ยกรี๊ดเหมือนจังนะ เเถมร้องไห้คลอเป็นระยะๆ เเม่อยู่บ้านยังขนลุกเลย (บ้านผมอยู่ใกล้ๆกับหอศิลป์ที่เราใช้เเสดงครับ)

หลังจากจบการเเสดง ลงเเล้ว ผมก็ได้ทราบข้อมูลที่ทำให้ขนหัวลุกมาอีกอย่าง
หากใครได้อ่านเเต่เเรก จะพอทราบว่าพวกเรา หาพระเอกมาเล่นไม่ทัน จนได้จุดธูปบนบานขอให้คุณนวลฉวีหาพระเอกมาให้ เเละก็ได้น้องคนนี้มา น้องเค้าชื่อเพียวครับ (น้องเพียวมี ยูซเซอร์ในss นี่ด้วยนะครับ) ทีนี้ เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้คุยกับน้องเพียวครับ น้องเค้าบอกว่า

พี่ผมเพิ่งนึกได้ เนื้อเพลงในละครเนี้ย มีตอนนึงร้องว่า " ...จดทะเบียน 11 มีนา ได้เวลาอีกหกวัน เขาจพทะเบียนซ้อนกัน..." ประมาณนี้นะครับ ในข้อเท็จจริงคือ คุณหมอเนี่ย จดทะเบียนสมรสกับคุณนวลฉวีในวันที่ 11 มีนา เเละ อีกหกวันถัดมาคือวันที่ 17 มีนา คุณหมอ จดทะเบียน สมรสซ้อนกับชู้ของเขา เเละ วันเกิด ของน้องเพียว คือวันที่ 17 มีนา วันเดียวกัน อย่างเป๊ะๆ!!!

เล่นเอาผมอึ้งจนขนหัวลุกเลยล่ะครับ

มีพิมพ์ผิดพลาดยังไง ขออภัยนะครับ


ที่จริงเรื่องเล่าในกองของผมยังมีอีกพอสมควรนะครับ เเต่ผมคีดเฉพาะเรื่องมที่เห็นกับตา ไม่เอาที่ได้ยินกับหู

ปีนี้พวกผมก็ยังจะทำละคร เเถม ทำเรื่องฆาตรกรรมจริงๆอีกเเล้ว(ไม่ได้เข็ดเล้ยยยย)

ถ้ามีโอกาสพบเจอเรื่องลึกลับๆอีกจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งนะครับ

ขอบคุณที่อดทนติดจามอ่านทุกท่านนะครับ พบกันใหม่ถ้าผีต้องการ สวัสดีครับ
TOP 
แบ่งปัน    

Very good
TOP 
   

TOP

ขอบคุณมากครับ แต่ควรรวมไว้ในกระทู้เดียวกันนะครับ
TOP 
   

TOP

กลับไปที่รายการ