:: by โอ ::
สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของไดโนเสาร์อีกเช่นกันครับ แต่จะเป็นชนิดไหนนั้นอ่านเอาได้เลยกับ คองโต้ ขอเรียกสั้นๆ ว่างี้ก็แล้วกัน แต่บางคนอาจจะนึกไปถึงก็องโต้ หึหึ
เรื่องราวการพบเห็นคองโต้ครั้งแรกนั้น เริ่มมาจากเมื่อ ปี ค.ศ.1932 แน่ะครับ จากบันทึกของนาย เพอร์ซีย์ สเลเดน (Percy Sladen) นาย George และนาย T. Sanderson นักสัตววิทยาและนักเขียนที่ถูกจ้างจากพิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British Museum) ให้เดินทางไปแอฟริกาตะวันตกเพื่อทำธุระให้ทางพิพิธภัณฑ์ ในระหว่างเดินทางทั้งสองคนได้แวะพักที่หุบเขาวู้ด (Wooded Valley) ใกล้กับแม่น้ำ Steep Banked River ในภูเขาอัซซัมโบ (Assumbo Mountain) ประเทศแคเมอรูน และในตอนเย็นของวันนั้นเอง Sandersons ก็ได้ออกไปสำรวจพื้นที่บริเวณนั้น
ขณะที่เขากำลังเดินทางกลับที่พักนั้น ก็ได้พบกับสัตว์ใหญ่สีดำตัวหนึ่งกำลังบินอยู่ตรงบริเวณช่องเขา ลักษณะคล้ายกับค้างคาวแต่ปากยาวกว่าและตัวใหญ่มากบินหายลับไปในช่องหุบเขา เมื่อ Sandersons กลับถึงที่พักก็ได้เล่าให้เพื่อนฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรุ่งขึ้นพวกเขาก็ได้เดินทางไปถามเรื่องนี้จากชนพื้นเมืองแถวนั้น จากคำบอกเล่าของชนพื้นเมืองกล่าวว่าเจ้าสัตว์ชนิดนี้นั้นพวกเขาเรียกมันว่า “Olitiau” และได้เล่าเรื่องของเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้ทั้งสามคนฟัง ว่าเมื่อ 10 ปีก่อนก็เคยมีคนต่างถิ่นพบกับมันและสอบถามพวกเขามาแล้วเหมือนกัน ตอนนั้นปี ค.ศ. 1923 จากแฟรงค์ เมลลาร์ด (Frank H. Mellad ) ที่มาสำรวจและเก็บรายงานข้อมูลรวมไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานลึกลับที่บินได้ ซึ่งต่อมาภายหลังได้ตั้งชื่อว่า "คองกาเมโต้" ที่มีความหมายว่า “ผู้อยู่เหนือเรือทั้งมวล” และว่ากันว่ามันอาศัยอยู่ที่ Jiundu Swamp ทางแซมเบียตะวันตกน่ะครับ
จากคำบอกเล่าของชนพื้นเมืองถึงรูปร่างลักษณะของมันนั้น ดูคล้ายกับค้างคาวตัวใหญ่ ขาเล็ก ผิวเรียบสีดำมัน ความกว้างของปีกประมาณ 4 – 7 ฟุต ที่ช่วงปีกดูเหมือนจะเป็นผังผืดด้วย บินได้เร็วและปากยาว ครับ ดูจากคำอธิบายนี้แล้ว ทำให้นึกถึงเจ้าไดโนเสาร์ชนิดบินได้สมัยโลกล้านปีขึ้นมาตะหงิดๆ แฮะๆ และ Mellad ก็สงสัยอยู่ว่ามันจะเป็นอย่างที่ตัวเขาคาดไว้หรือเปล่า ก็เลยวาดรูปของ เทโรซอร์ (Pterosaur) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์บินได้ให้กับพวกชาวพื้นเมืองดู ซึ่งคำตอบก็เป็นไปอย่างที่ Mellad คิดเอาไว้ครับ เพราะว่าชนพื้นเมืองบอกว่านี่แหละ คองกาเมโต้ของพวกเขาละ !!
ข่าวคราวการเห็นเจ้านกคองกาเมโต้ก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆ ประเทศ ตั้งแต่ แซมเบีย เคนย่า ไล่ไปจนถึง ซิมบับเวและนิวกินี ต่างก็มีรายงานการเห็นนกยักษ์สีดำกันทั้งนั้นเลยครับ หรือว่าไดโนเสาร์จะคืนชีพเนี่ย Somethings has survive ประโยคนี้คุ้นๆ มั๊ย?
ต่อมาในปี ค.ศ. 1925 G. Ward Price นักข่าวชาวอังกฤษได้เดินทางไปที่ Rhodesia เพื่อทำข่าวเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ที่นั่น ระหว่างที่ Price พักอาศัยอยู่ที่นั่น และกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ก็ได้ฟังเรื่องราวของชายพื้นเมืองคนหนึ่งที่ได้พบกับเจ้าสัตว์ประหลาดเข้าโดยบังเอิญ หลังจากกลับออกมาจากบึงในป่า ซึ่งสภาพของชายคนนั้นอยู่ในสภาพสาหัสจากบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกของเขา หลังจากชายคนนั้นหายดีก็เล่าว่าโดนนกยักษ์ปากยาวเล่นงานเอา ซึ่ง Price ก็ได้ติดต่อชายพื้นเมืองคนนี้และสอบถามถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำสมุดรูปไดโนเสาร์ของเขาให้ชายพื้นเมืองดูว่ามีตัวไหนบ้างมั๊ยที่เหมือนนกตัวที่ทำร้ายเขา ซึ่งชายพื้นเมืองคนนั้นก็ได้ชี้ไปที่ไดโนเสาร์ตัวหนึ่งแล้วบอกว่าเนี่ยเหมือนตัวที่ทำร้ายเขาเลย ครับ ใช่แล้ว ไดโนเสาร์ตัวที่เขาชี้นั้นก็คือเทโรซอร์ นั่นเอง !! ในปี ค.ศ. 1988 ที่ประเทศนามิเบียก็มีรายงานการพบเห็นนกยักษ์สีดำ ปากยาว ขนาด 30 ฟุตเหมือนกันครับ
ถึงแม้ปัจจุบันนี้หลักฐานยืนยันการมีตัวตนอยู่ของคองกาเมโต้หรือเทโรซอร์จะยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่รายการงานพบเห็นจากหลายบุคคล หลายประเทศ ก็เป็นหลักฐานที่น่าสนใจอยู่ ซึ่งจากความเห็นของนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า มันก็อาจเป็นไปได้ที่จะมีไดโนเสาร์หรือเทโรซอร์มีชีวิตหลงรอดอยู่บนโลกใบนี้ ก็ไม่แปลกอะไรครับ ถ้าวันข้างหน้าเราอาจจะพบตัวเจ้าเทโรซอร์ขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะดีนะครับ
นายโอละอยากเห็นไดโนเสาร์จริงๆ เลย ครับ ก็คงจะเป็นข้อมูลบางส่วนของเจ้านกคองกาเมโต้หรือเทโรซอร์ !?! ไม่มากไม่มายอะไรครับ แต่คงพออ่านกันได้เพลินๆ เน้อ เอาไว้พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ สำหรับคราวนี้ สวัสดีครับ ^O^
สงวนลิขสิทธิ์โดย © Mythland.org All Right Reserved. |