:: By โอ ::
สวัสดีครับทุกท่าน เจอกันอีกแล้วกับบทความเรื่องลึกลับบ้างไม่ลึกลับบ้างของนายโอ สำหรับตอนนี้เรามาอ่านเรื่องของสัตว์ปริศนาร็อดซ์กันบ้างดีกว่าครับ เคยคิดจะทำมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ลืมแล้วลืมอีกน่ะ แต่ในที่สุดก็มานำเสนอแด่ท่านผู้อ่านจนได้ละครับ ถึงจะช้าไปนิดนึง แต่คิดว่าทุกท่านคงจะผ่านตากันมาเยอะแล้วนะครับ ผมเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนอีกแล้วละซิเนี่ย เอาน่า มาอ่านกันใหม่ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยใช่มั๊ยครับ อย่ากระนั้นเลย เราไปทำความรู้จักกับเจ้าร็อดซ์นี้กันดีกว่าครับ ^_^
ครั้งแรกที่มีการค้นพบร็อดซ์นั้นก็คงต้องย้อนกลับไปในเดือนมีนาคมเมื่อปี ค.ศ.1994 สถานที่ก็คือแถวทะเลทรายในแถบนิวเม็กซิโกครับ โดยได้มาจากฟิล์มของกล้องความเร็วสูงที่ถ่ายติดมาได้โดยบังเอิญ O_O และสำหรับผู้ที่ค้นพบร็อดซ์เป็นครั้งแรกและเป็นที่รู้จักกันค่อนข้างมากนั้น (กระทั่งเรื่องโจโจ้ก็ยังนำไปเขียน) คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ถ่ายวิดีโอแล้วดันติดร็อดซ์เอาไว้ได้ เมื่อตอนไปกระโดดร่มเล่นที่หน้าผาในนิวเม็กซิโก แต่ภายหลังก็ได้มีภาพถ่ายจากทั่วทุกสารทิศอ้างว่าถ่ายรูปร็อดซ์เอาไว้ได้นานแล้วแต่ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร น่าปวดหัวจริงๆ ตกลงผู้ค้นพบร็อดซ์เป็นคนแรกจริงๆ ก็ไม่เป็นที่รู้แน่ชัดละครับว่าเป็นใคร แต่สำหรับบุคคลแรกที่เป็นผู้ที่ทำให้โลกนี้รู้จักกับร็อดซ์ก็คือนาย Jose Escamilla ซึ่งได้นำเรื่องราวของร็อดซ์ไปออกรายการวิทยุ ArtBell(หมอนี่ก็คือเจ้าของเวบ Roswell Rods นั่นเองครับ) และจากนั้นต่อมาเรื่องราวของร็อดซ์ก็เริ่มเป็นที่โด่งดังไปทั่วครับ อ้อ ร็อดซ์นั้นไม่ได้อาศัยหรือมีเพียงแค่ในนิวเม็กซิโกเท่านั้นนะครับ ปัจจุบันนั้นได้พบว่าร็อดซ์นั้นกระจายอยู่ทั่วไปทั้งในอเมริกา แคนาดา อังกฤษ หรือกระทั่งล่าสุดก็มีการพบร็อดซ์ที่แบกแดดอีกด้วย
ร็อดซ์ คืออะไร ?
ในปัจจุบันทั้งหลักฐานและข้อมูลต่างๆ ที่ทำการศึกษามาก็ยังไม่อาจที่จะระบุได้แน่ชัดเลยครับว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตปริศนาชนิดนี้คืออะไรกันแน่ เท่าที่ทราบกันก็คงจะเป็นแค่เรื่องที่ว่ามันใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในอากาศ รูปร่างเป็นแท่งยาว มีปีกหรือครีบอยู่รอบลำตัว บินได้เร็วประมาณ 270-300 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับความเร็วขนาดนี้ แน่นอนครับ ตาคนธรรมดามองไม่เห็นหรือมองตามไม่ทันแน่ อีกปัจจัยหนึ่งก็คือเป็นเพราะว่าขนาดตัวของร็อดซ์มีขนาดเล็ก เฉลี่ยประมาณ 4 นิ้ว (แต่ก็มีบางข้อมูลนะครับที่บอกว่าร็อดซ์นั้นบางตัวอาจมีความยาวถึง 100 ฟุตก็เป็นได้ ค่อนข้างที่จะเหลือเชื่ออยู่สักหน่อย เหอ เหอ) และสีผิวค่อนข้างที่จะขาวหรือขาวใสด้วยครับ เลยทำให้เวลามันเคลื่อนที่อยู่นั้น เราจึงไม่อาจที่จะมองตามมันได้ทันเลย
ส่วนเรื่องอาหารการกิน การสืบพันธุ์ พฤติกรรมต่างๆ ของร็อดซ์นั้น ที่เรารู้แทบจะเป็นศูนย์ครับ และส่วนในด้านรูปร่างของร็อดซ์ก็มีการแบ่งแยกย่อยออกไปอีกครับ มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ
(1.) Centipede Rods
(2.) White Rods
(3.) Spears Rods
ก็ยังอุตสาห์จัดชนิดของรูปร่างกันอีกแน่ะ ส่วนฉายาหรือชื่อที่เรียกร็อดซ์นั้นก็มีอยู่หลายชื่อครับ ไม่ว่าจะเป็น Roswell Rods, The Sky Diving, Flying Fish, Sky Fish แต่เราๆ ท่านๆ ก็คงจะคุ้นเคยกับคำว่าร็อดซ์เฉยๆ กันมากกว่า จากบันทึกโบราณทางประวัติศาสตร์ก็มีการกล่าวถึงเรื่องราวของสัตว์ปริศนาที่บินได้ อยู่เหมือนกัน แต่คนละกรณีกับร็อดซ์นะครับ แต่ขอเอามาเล่าหน่อยนึง อย่างในหลายๆ ประเทศ เช่น ในจีนเมื่อ ค.ศ. 747 (นานมากๆ) ก็มีบันทึกของสัตว์ที่คล้ายกับงูมีปีกบินได้ (มังกร ?) อยู่ แล้วก็ในยุโรปช่วงยุคกลางก็มีเรื่องเล่าของสัตว์ยักษ์มีปีกที่บินอยู่บนท้องฟ้าและอาศัยอยู่ในถ้ำ หรือกระทั่งในอเมริกายุคของอินเดียนแดงก็ยังมีจารึกของสัตว์ปริศนาบินได้อยู่ ก็เพียงแต่นำมาแทรกนิดนึงครับ ไม่มีอะไรมาก
มาต่อกันที่เรื่องของร็อดซ์ดีกว่า ทุกวันนี้ได้มีการศึกษาและค้นคว้ากันอยู่นะครับ จากนักวิทยาศาสตร์ นักสัตววิทยาและผู้เชี่ยวชาญที่สนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และได้วิเคราะห์กันว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรหรือตัวอะไรกันแน่ บ้างก็กล่าวว่ามันอาจจะเป็นเพียงแค่แมลงชนิดหนึ่งที่เรายังไม่รู้จัก ไม่ก็อาจจะเป็นนกสายพันธุ์ใหม่ หรือกระทั่งว่ามันอาจจะเป็นแสงที่กระทบจากพื้นดินแล้วไปเกิดเป็นรูปร่างติดอยู่บนกล้องก็เป็นได้ แต่บ้างก็ว่าร็อดซ์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตต่างพิภพ มนุษย์ต่างดาว หรือแม้แต่ยานอวกาศสอดแนมขนาดจิ๋ว ก็ว่ากันไปครับ
ภาพของรอดซ์ที่จับได้ด้วยกล้องความเร็วสูงครับ
ยังมีทฤษฎีหรือข้อคิดเห็นนึงที่น่าสนใจว่าร็อดซ์อาจจะเป็นเพียงภาพแบบเบลอๆ ของนกเวลาบินหรือเปล่า งงมั๊ยเนี่ย ถ้าว่ากันง่ายๆ ก็คือ รูปร่างของร็อดซ์นั้นอาจจะเกิดมาจากการที่กล้องวิดิโอความเร็วสูงถ่ายเอาไว้ เช่นกล้อง CCD ที่มีความเร็วมากกว่า 60 ช็อต/วินาที ซึ่งเวลานกหรือแมลงกระพือปีกก็จะถูกบันทึกไว้ด้วยความเร็วสูงของกล้อง จนทำให้เกิดภาพต่อเนื่องขึ้นและกลายเป็นรูปร่างของร็อดซ์ไป ดูได้จากรูปเลยครับ นับว่าน่าสนใจดีทีเดียวครับ สำหรับทฤษฎีนี้ แต่ก็ยังใช้อธิบายเรื่องร็อดซ์ไม่ได้ทุกเรื่องไปอยู่ดีนั่นแหละครับ แต่แนวคิดนี้ก็ค่อนข้างที่จะเป็นที่นิยมกันทีเดียวเจียวนะครับนี่ สำหรับผู้ที่ค้านเรื่องร็อดซ์ |