Face on Mars หน้าคนบนดาวอังคาร
[color=Red][b][align=right]:: เรียบเรียงโดย Sonic :[/align][/b]:[/color][attach]2797[/attach] [size=4]ว่าด้วย CYDONIA and MARS[/size]
เรื่องของ Face on Mars หรือใบหน้าบนดาวอังคาร เป็นที่ถกเถียงกันมาหลายปีแล้ว ว่ามันเป็นเรื่องจริง เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอยุ่บนดาวอังคารจริงๆ หรือว่าเป็นแค่ความบังเอิญ อันเนื่องมาจากข้อผิดพลาดทางเทคนิคของการถ่ายภาพ คนที่มีมนุษย์ต่างดาวในหัวใจต่างก็หวังกันลึกๆ ว่ามันน่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างของอารยธรรมบนดาวอังคาร เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลกก็อยู่ไม่ไกลเลย
[align=center][attach]2222[/attach][/align]
จากการศึกษาหลายต่อหลายปี จากกลุ่มนักวิชาการและนักลึกลับศาสตร์จำนวนมากพบว่า เรื่องของดาวอังคาร มีจารึกอยู่ในตำนานโบราณมากมาย โดยเฉพาะคัมภ์ไบเบิล มีการกล่าวถึงการสู้รบของเทวทูตสองฝ่าย บางคนเชื่อว่า เหตุการในพระคัมภีร็ตอนหนึ่งที่กล่าวถึงที่มั่นของเทวทูตฝ่ายกบฏ ก็คือเมืองบนดาวอังคารนี่เอง แต่นั่นก็เป็นเพียงการตีความครับ หาหลักฐานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ดังนั้นคนที่กระหายใคร่รู้เรื่องนี้จึงได้แต่รอผลพิสูจน์จากองค์การนาสา เพียงอย่างเดียว นับตั้งแต่มีการพบใบหน้าบนภาพถ่ายใบแรก นาสาก็ส่งยานอวกาศและดาวเทียมไปสำรวจดาวอังคารเป็นว่าเล่น น่าเสียดายที่ไม่มีลำไหนสามารถลงไปถ่ายภาพชนิดใกล้ชิดได้เลย เนื่องจากเครื่องมักจะ "ขัดข้อง" ทุกครั้งเมื่อเข้าสู่บรรยากาศของดาวอังคาร
[align=center][attach]2221[/attach][/align]
ตรงนี้เองที่ทำให้สาวกทฤษฎีมนุษย์ต่างดาวทั้งหลายพากันเฮโล และเชื่อมั่นเข้าไปใหญ่ว่า บนดาวอังคาร ต้องมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอย่างไม่ต้องสงสัย แถมลักษณะของใบหน้านั้นยังบังเอิญไปละม้ายคล้ายคลึงกับสฟิงซ์แห่งเมือง กีเซห์เข้าอีกด้วย หรือว่าอารยธรรมโบราณของอียิปต์จะเกี่ยวข้องกับดาวอังคาร และบรรดาเทวดาโบราณของอียิปต์ ที่ตามตำนานกล่าวว่า มาสั่งสอนศิลปวิทยาการให้พวกเขามาจากหรือเคยพำนักอยู่บนดาวอังคารชั่วระยะเวลาหนึ่ง ในปี 1976 เป็นครั้งแรกที่ผู้คนบนโลกได้ยลโฉมภาพพิลึกพิลั่นภาพนี้ เป็นภาพถ่ายจากยานไวกิ้งซึ่งถ่ายได้จากบริเวณที่เรียกว่า Cydonia บนดาวอังคาร องค์การนาสาแถลงว่า นี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดของภาพถ่าย เนื่องจากการเล่นตลกของมุมกล้อง แสง และเงา เลยบังเอิญถ่ายรูปของภูเขาเป็นใบหน้าขึ้นมา หลังจากมีการสำรวจอีกหลายครั้ง และถ่ายภาพจากอีกหลายๆมุม เรื่องก็ชักจะไม่ตลกเสียแล้ว เนื่องจากว่า ภาพของใบหน้านั้นยังคงปรากฏอยู่เหมือนเดิม มันหมายความว่าอะไรครับ? สิ่งก่อสร้างรูปใบหน้าคนนี้เป็นของจริงอย่างนั้นหรือ?
ไม่มีใครตอบเรื่องนี้ได้ครับ นอกเสียจากนาสาที่ยังคง "อมพะนำ" ไม่ยอมปริปากอะไรมาจนถึงทุกวันนี้ เอาเถอะครับ ถึงนาสาไม่ยอมบอกอะไรแก่ประชาชนทั่วไปอย่างเรา อีกหน่อยเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็คงบอกเราเองและน่า
เรามาดูรายละเอียด เกี่ยวกับทั่วไปเกี่ยวกับดาวอังคาร และภาพถ่ายเล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยกันหน่อยดีไหมครับ?
[align=center][attach]623[/attach][/align]
ชาวกรีกโบราณเรียกดาวดวงนี้ว่า Red Planet หรือ ดาวเคราะห์สีแดง Mars เป็นชื่อโรมันครับ ชื่อในภาษากรีกคือ Ares เทพแห่งสงคราม เป็นดวงดาวที่มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ชัดเจนพอๆกับดาวศุกร์ และใช้เป็นเครื่องหมายบอกทิศของนักเดินทางในสมัยก่อน
ดาวอังคารเป็นที่ดึงดูดใจของนักดาราศาสตร์ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น อาจจะเนื่องมาจากความสวยงามของมันครับ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า อาจเคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคาร ในขณะที่บางคนเสนอแนวคิดว่า ต่อไป ดาวอังคารอาจเป็นแหล่งกำเนิดชีวิตในอนาคต ก็ตามแต่จะว่ากันไปล่ะครับ ที่แน่ๆก็คือ ดาวอังคารจะเป็นเป้าหมายแรกของมนุษย์ชาติ ในยุคแห่งการบุกเบิกอวกาศ ซึ่งจะมาถึงในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน
ดาวอังคารเป็นดาวดวงแรกที่เป็นทางผ่าน หากมนุษย์ต้องการเดินทางออกนอกระบบสุริยะ เชื่อไหมครับว่า ในช่วงที่ดาวอังคารอยู่ใกล้โลกที่สุด มันจะดูสว่างสุกใสกว่าดาวดวงใดๆบนท้องฟ้า พื้นดินสีแดงของดาวอังคารทำให้นักวิทยาศาสตร์เรียกดาวดวงนี้กันเล่นๆว่า "Red Planet" ครับ
ปีหนึ่งของดาวอังคารกินเวลา 779.9 วันหากนับตามเวลาของโลก และวันหนึ่งบนดาวอังคารจะยาวกว่าโลกของเราประมาณ 37 นาที บรรยากาศส่วนมากเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีน้ำแข็งปกคลุมอยู่ประปรายที่แกนเหนือและใต้ของดาว พื้นผิวของดาวอังคารเต็มไปด้วยหลุมอุกาบาต หุบเหว แนวภูเขาไฟ ตลอดจนคลองยาวเหยียดที่ไม่มีน้ำ ปกติแล้วดาวอังคารจะมีพายุอย่างรุนแรงตลอดเวลา อนุภาคฝุ่นเล็กๆเหล่านี้จะลอยขึ้นสูงมาก จนบางครั้งปกคลุมชั้นบรรยากาศจนมองไม่เห็นพื้นผิวของดาวเลย ดาวอังคารมีดวงจัทร์เป็นบริวารอยู่สองดวงครับ ชื่อ โฟโบส กับ เดมิออส ( Phobos and Demios ) เนื่องจากขนาดของดวงจันทร์ทั้งสองนี้เล็กมาก นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ดวงจันทร์เหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ หากแต่เป็นอุกาบาต หรือดาวเคราะห์น้อยที่บังเอิญโคจรผ่านมา แล้วถูกแรงดึงดูดของดาวอังคารจับเอาไว้ครับ การสำรวจดาวอังคารเริ่มกันมาสองร้อยปีแล้วครับ หากจะนับเฉพาะการสำรวจอย่างเป็นทางการของวิชาดาราศาสตร์ปัจจุบัน มีการใช้กล้องโทรทัศน์ส่องดูพื้นผิวดาว และมีการร่างแผนที่อย่างหยาบๆขึ้น จำแนกภูมิประเทศของดาวอังคารออกเป็นส่วนๆ นักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า บนดาวอังคารต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เพราะในปี 1877 จีโอวานนี่ แชพพาเรลลี่ ได้ส่องกล้องเห็นแนวคลองบนดาวอังคาร ลักษณะของมันเป็นคลองขนาดใหญ่คล้ายแม่น้ำ การค้นพบของแชพพาเรลลี่ ได้จุดประกายไฟแห่งการค้นหาให้กับนักดาราศาสตร์ในสมัยนั้นเป็นอย่างมากครับ แม้แต่นักดาราศาสตร์ใหญ่เปอร์ซิวาล โลเวล ก็ยังเอากับเขาด้วย เรื่องคลองบนดาวอังคารถือเป็นเรื่องหน้าแตกมโหฬารของวงการดาราศาสตร์ ความสนุกของมันเอามาเล่าเป็นมินิซีรี่ส์ใหญ่ๆได้หลายตอนแหละครับ ใครอยากฟังก็เมล์มาบอกกล่าวกันเน้อ จะเอามาลง
[align=center][attach]2223[/attach][/align]
นักดาราศาสตร์ยุคใหม่ผิดหวังไปตามๆกันครับ เมื่อการสำรวจของศตวรรษที่ 20 นำทีมโดยสหรัฐอเมริกาและโซเวียตรัสเซียเก่า ต่างยืนยันว่า ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆบนดาวอังคาร และยิ่งผิดหวังหนักขึ้นไปอีก เมื่อได้ศึกษาถึงบรรยากาศของดาวอังคาร ตลอดจนภูมิประเทศ เพราะมันไม่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตเลย พวกจุลชีวะอาจจะพอดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่สัตว์ที่มีโครงสร้างสลับซับซ้อน พอที่จะสร้างอารยธรรมขึ้นมาอย่างมนุษย์เนี่ย เห็นทีจะมีอยู่ยากครับ
ความหวังของการพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารเริ่มเรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนาสาและองค์กรอวกาศ ของอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย ต่างทยอยประกาศรายละเอียดการค้นพบ ที่ยานสำรวจต่างๆได้มาจากดาวอังคาร ภาพถ่ายจากยานมารีเนอร์ 9 และ ยานสำรวจจากยานไวกิ้ง 1 และ 2 ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มคล้อยตามแล้วว่า บนดาวอังคาร มีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่โต ลักษณะเป็นปิระมิดเรียงรายกันล้อมรอบสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะเป็นใบหน้าคนอยู่จริง
[align=center][attach]2225[/attach][/align]
[align=center][color=Red]ภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาภาพ "ใบหน้าบนดาวอังคาร"[/color][/align]
[align=center][attach]2224[/attach][/align]
[align=center][color=Red]ส่วนที่เรียกกันว่า "Inca City"ครับ[/color][/align]
[b]รายนามของยานสำรวจ ที่เคยสำรวจดาวอังคาร[/b]
* Mars 1960A - USSR Mars Probe - (October 10, 1960)
* Mars 1960B - USSR Mars Probe - (October 14, 1960)
* Mars 1962A - USSR Mars Flyby - (October 24, 1962)
* Mars 1 - USSR Mars Flyby - 893 kg - (November 1, 1962)
* Mars 1962B - USSR Mars lander - (November 4, 1962)
* Mariner 3 - USA Mars Flyby - 260 kg - (November 5, 1964)
* Mariner 4 - USA Mars Flyby - 260 kg - (November 28, 1964 - December 20, 1967)
* Zond 2 - USSR Mars Flyby - (November 30, 1964)
* Mariner 6 - USA Mars Flyby - 412 kg - (February 24, 1969)
* Mariner 7 - USA Mars Flyby - 412 kg - (March 27, 1969)
* Mariner 8 - USA Mars Flyby - (May 8, 1971)
* Kosmos 419 - USSR Mars Probe - (May 10, 1971)
* Mars 2 - USSR Mars Orbiter/Soft Lander - 4,650 kg - (May 19, 1971)
* Mars 3 - USSR Mars Orbiter/Soft Lander - 4,643 kg - (May 28, 1971)
* Mariner 9 - USA Mars Orbiter - 974 kg - (May 30, 1971 - 1972)
* Mars 4 - USSR Mars Orbiter - 4,650 kg - (July 21, 1973)
* Mars 5 - USSR Mars Orbiter - 4,650 kg - (July 25, 1973)
* Mars 6 - USSR Mars Orbiter/Soft Lander - 4,650 kg - (August 5, 1973)
* Mars 7 - USSR Mars Orbiter/Soft Lander - 4,650 kg - (August 9, 1973)
* Viking 1 - USA Mars Orbiter/Lander - 3,399 kg - (August 20, 1975 - August 7, 1980)
* Viking 2 - USA Mars Orbiter/Lander - 3,399 kg - (September 9, 1975 - July 25, 1978)
* Phobos 1 - USSR Mars Orbiter/Lander - 5,000 kg - (July 7, 1988)
* Phobos 2 - USSR Phobos Flyby/Lander - 5,000 kg - (July 12, 1988)
* Mars Observer - USA Mars Orbiter (September 25, 1992)
* Mars Global Surveyor - USA Mars Orbiter (Fall 1996)
[align=center][b]สงวนลิขสิทธิ์โดย © Mythland.org All Right Reserved. [/b][/align][/size]
หน้า:
[1]
,